สลด!ผ่าซากช้างกุยบุรีพบกระสุนไรเฟิลฝังขมับซ้าย

  • หมวดหมู่ : ทั่วไป วันที่ : 14 มกราคม 2561
  • เข้าดู : 32 ครั้ง

สลด!ผ่าซากช้างกุยบุรีพบกระสุนไรเฟิลฝังขมับซ้าย
สลด!ผ่าซากช้างกุยบุรีพบกระสุนไรเฟิลฝังขมับซ้าย

นายนิธิ อาจสมรรถ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี รายงานผลการชี้แจงกรณี ช้างป่าตายที่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ว่าเมื่อวันที่ 12 มกราคม 2561 เวลาประมาณบ่ายสามโมงเศษ อุทยานแห่งชาติกุยบุรีได้รับแจ้งเหตุจากชาวบ้านว่าพบช้างตายในป่าบริเวณท้องที่หมู่ 8 บ้านพุบอน ต.หาดขาม อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ จึงจัดส่งสัตวแพทย์ลงพื้นที่ตรวจสอบสาเหตุการตาย พร้อมประสานแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่นายอำเภอกุยบุรี ตำรวจ ทหาร ปศุสัตว์ กำนันท้องที่ เข้าร่วมตรวจสอบ ผลดำเนินการตรวจสอบพบว่าจุดพิกัดที่พบช้างตายอยู่ลึกเข้าไปในป่าห่างจากแนวเขตอุทยาน มีลักษณะเป็นร่องห้วย ช้างที่ตายเป็นช้างพลาย มีงาสมบูรณ์ อายุประมาณ 20 ปี ตายในลักษณะนอนตะแคงซ้าย คาดว่าได้ตายมาแล้วไม่น้อยกว่า 48 ชั่วโมง เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้เครื่องตรวจจับโลหะพบว่ามีโลหะฝังอยู่ในร่างช้าง 2 บริเวณ คือบริเวณขมับซ้าย และสะโพกซ้าย สัตวแพทย์ได้ผ่าพิสูจน์ในจุดดังกล่าวพบโลหะขนาด 8-9 มิลลิเมตร คาดว่าเป็นกระสุนปืนไรเฟิลบริเวณขมับซ้าย และกระสุนลูกปรายบริเวณสะโพกซ้าย สัตวแพทย์ได้ผ่าชันสูตรที่ทางเดินหัวใจส่วนต้นพบช่องปาก หลอดลม มีการอักเสบบวมแดง มีจุดเลือดออกกระจายทั่วไป จึงได้เก็บตัวอย่างชิ้นเนื้อ ปอด ตับ ม้าม และอาหารในกระเพาะส่งตรวจพิสูจน์ทางห้องปฏิบัติการเพื่อหาสาเหตุการตาย สันนิษฐานสาเหตุการตายเบื้องต้นเกิดจากการติดเชื้อแทรกซ้อนทางเดินหายใจส่วนต้นซึ่งเป็นผลต่อเนื่องจากการถูกยิงที่ขมับซ้าย

เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานได้เก็บหลักฐานกระสุนเพื่อดำเนินการพิสูจน์ชนิด ประเภทอาวุธ ประกอบการดำเนินคดีหาผู้กระทำผิด เนื่องจากจุดพบซากช้างอยู่ในที่ลึก บริเวณร่องห้วย ไม่สามารถนำเครื่องจักรเข้าขุดฝังกลบได้จึงจะขออนุมัติพนักงานสอบสวนเพื่อเผาทำลายซากเป็นการป้องกันการแพร่กระจายของเชื้อโรคจากซากช้างที่เน่าเปื่อย โดยนิมนต์พระสงฆ์มาประกอบพิธีในวันที่ 14 มกราคม 2561 พร้อมมอบหมายให้อุทยานแห่งชาติกุยบุรีร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเพื่อสืบสวนหาผู้กระทำผิดต่อไป

สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 สาขาเพชรบุรี ขอเรียนว่า ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าที่บริเวณพื้นที่กุยบุรี ได้มีการน้อมนำแนวพระราชดำริของพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 เป็นแนวทางการปฏิบัติ โดยการสร้างแหล่งน้ำ แหล่งอาหาร ไว้เป็นจุดๆ ไว้ในป่า จัดเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนผลักดันร่วมกับ หน่วยทหาร ชาวบ้าน เวลามีช้างออกมานอกพื้นที่ ตลอดจนส่งเสริมกิจกรรมท่องเที่ยวชมช้างป่า และสร้างความเข้าใจแก่ชาวบ้านกรณีพบช้างป่าออกนอกพื้นที่ให้ช่วยกันดูแลไม่ทำร้าย ซึ่งที่ผ่านมาสามารถลดปัญหาไปได้อย่างมาก ชาวบ้านในพื้นที่มีความเข้าใจและร่วมมือเป็นอย่างดี กรณีนี้ชาวบ้านในพื้นที่คาดว่าช้างอาจจะถูกยิงจากบริเวณอื่นแต่ไม่ตายในทันทีสุดท้ายได้เดินมาตายในพื้นที่ อย่างไรก็ตามจะได้ทำการประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง สืบหาผู้กระทำผิดต่อไป

ที่มา สำนักข่าว INN

ร่วมแสดงความคิดเห็น