ปปง.นัด 36 สถาบันการเงิน หารือล้อมคอกกรณี " ณิชา"

  • หมวดหมู่ : ทั่วไป วันที่ : 14 มกราคม 2561
  • เข้าดู : 39 ครั้ง

ภาพไฮไลต์

ณิชาเข้ารายงานตัวศาลจังหวัดตากตามนัด ก่อนเข้าให้ปากคำเพิ่มเติมพนักงานสอบสวน บก.ภ.จ.ตาก บอกสบายใจหลังให้ข้อมูลตำรวจ ขอขอบคุณทุกฝ่ายที่เมตตา ด้านผู้การจังหวัดตาก ระบุคดีคืบหน้าไปมาก ขณะกองปราบฯลุยคลี่คลายช่วยตำรวจพื้นที่อีกทาง ด้านการเยียวยาเหยื่อคอลเซ็นเตอร์ บิ๊กทอม-ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ มอบเงินคืนอีก 11 ราย ยอดรวม 1,641,265.47 บาท ส่วนการป้องกัน กสทช.บล็อก 50 หมายเลขเป้าหมาย ปิดช่องทำมาหากินคนร้าย ส่วน โจ๊ก หวานเจี๊ยบ นำทีมงานตะครุบ 2 ไต้หวัน หลังก่อเหตุโทร.ลวงผู้เสียหายในเมืองนนท์

กรณี น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ อายุ 24 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ถูกเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ขโมยกระเป๋าสตางค์ ระหว่างนั่งรถโดยสารใน กทม. เมื่อวันที่ 6 ต.ค.60 จากนั้นคนร้ายนำบัตรประชาชนไปใช้และปลอมลายมือชื่อ นำไปเปิดหมายเลขโทรศัพท์มือถือ 3 ค่าย 4 เบอร์ บัญชีธนาคาร 7 แห่ง รวม 9 บัญชี มียอดหมุนเวียนรวมกัน 10 ล้านบาท ทั้งๆที่ น.ส.ณิชา ได้ไปอายัดบัตรแล้วทำบัตรใหม่ในวันรุ่งขึ้น ต่อมาถูกศาลจังหวัดตาก ออกหมายจับ ข้อหาฉ้อโกง น.ส.ณิชาได้เข้ามอบตัวกับตำรวจกองปราบฯ เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจ ในวันที่ 5 ม.ค. ก่อนประสานพนักงานสอบสวน สภ.บ้านตาก จ.ตาก รับตัวไปดำเนินคดีตามที่มีผู้เสียหายแจ้งความไว้ ส่งฟ้องฝากขังศาลในวันที่ 6 ม.ค. โดยศาลไม่ให้ประกันตัว เพราะกลัวหลบหนี อีกทั้งมูลค่าความเสียหายมาก ถูกขังอยู่เรือนจำจังหวัดตาก 2 วัน ก่อนยื่นอุทธรณ์ขอประกันตัวอีกครั้ง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 6 จังหวัดนครสวรรค์ ศาลพิจารณาให้ประกันตัวชั่วคราวเพื่อต่อสู้ในชั้นสอบสวน และให้มารายงานตัวที่ศาลตากทุก 6 วัน จนกว่าการสอบสวนจะแล้วเสร็จ ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 12 ม.ค. น.ส.ณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ เข้ารายงานตัวที่ศาลจังหวัดตาก ตามนัด มีบิดา และน้องชาย ติดตาม มาให้กำลังใจ จากนั้นเดินทางไปที่ บก.ภ.จ.ตาก เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติมแก่พนักงานสอบสวน มี พล.ต.ต.ปริญญา วิศิษฐฎากุล ผบก.ภ.จ.ตาก ประธานสอบสวน และ พ.ต.อ.ศักดิ์ดา สังขนิตย์ รอง ผบก.ภ.จ.ตาก หัวหน้าฝ่ายสอบสวน

พล.ต.ต.ปริญญาเผยว่า น.ส.ณิชามารายงานตัวต่อศาลจังหวัดตาก ทุก 6 วัน เป็นครั้งที่ 1 จากทั้งหมด 5 ครั้ง เหลืออีก 4 ครั้ง พนักงานสอบสวนจะต้องเร่งสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้แล้วเสร็จ ในต้นเดือน ก.พ.61 ขณะนี้คืบหน้าไปมาก ในส่วนของจังหวัดตาก ได้สอบสวนไปหมดแล้ว เหลือแต่รอหลักฐานจากคณะทำงาน 3 ชุด ที่ลงพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมาประกอบการพิจารณา หลังรวบรวม พยานหลักฐานแล้วเสร็จจะรวบรวมสำนวนส่งให้อัยการพิจารณาทันที ขณะนี้ได้ออกหมายเรียกนายขวัญ ทองน้อย ชาว จ.ลพบุรี ซึ่งนางการต์สินี ยะเมา ชาว จ.ตาก ผู้เสียหาย โอนเงินเข้าบัญชี 5 ครั้ง รวม 400,000 บาท และนายธีรภัทร์นนท์ งามวงษ์ ภูมิลำเนาอยู่ จ.หนองคาย ที่ผู้เสียหาย โอนเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพ สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน 2 ครั้ง รวมเงิน 630,000 บาท บัญชีทั้ง 2 รายชื่อ เกี่ยวพันกับกรณี น.ส.ณิชา พนักงานสอบสวนได้ออกหมาย เรียกครั้งที่ 1 ไปแล้ว แต่ยังไม่มาพบ จะออกหมายเรียกเป็นครั้งที่ 2 ส่วน น.ส.ณิชาที่จะขอให้ศาลพิจารณาในการรายงานตัว ที่ศาลจังหวัดนนทบุรีนั้น ศาลไม่อนุญาต ยังคงต้องมารายงานตัวที่ศาลจังหวัดตาก ทุก 6 วัน จนกว่าจะครบอำนาจของพนักงานสอบสวนในต้นเดือน ก.พ.นี้

ต่อมาเวลา 14.30 น. น.ส.ณิชาเปิดเผยหลังให้ปากคำนานกว่า 5 ชม.ว่า สบายใจที่ได้ให้ข้อมูลแก่คณะตำรวจที่ตั้งขึ้นมาเพื่อรับฟังข้อมูลตน ได้ชี้แจงและมอบหลักฐานที่มีทั้งหมดพร้อมทดสอบแบบลายมือชื่อ เปรียบเทียบกับลายมือคนร้ายที่ไปเปิดบัญชี ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจบางหน่วย อาจติดใจประเด็นที่ตนทำบัตรหายบ่อยนั้น ตลอดชีวิตทำหาย 3 ครั้ง เมื่อปี 57 และ 2 ครั้งหลัง ช่วงกลางเดือน ก.ย. 60 แต่เมื่อทำบัตรใหม่ไม่นาน ก็ถูกขโมยกระเป๋า และบัตรประชาชนหายในวันที่ 6 ต.ค.60 ได้ชี้แจงไปตามเรื่องจริง หากจะเชิญเข้าเครื่องจับเท็จก็ยินดี เพราะมั่นใจในความบริสุทธิ์ในฐานะผู้เสียหายแพะแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ในวันนี้ ต้องขอบคุณทุกฝ่ายที่เมตตา เข้ามาช่วยเหลือ จะเป็นกรณีศึกษาถึงข้อบกพร่องของกระบวนการทะเบียนราษฎร และกระบวน การของธนาคาร หลังจากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ในคดีนี้เรียบร้อย จะต้องดำเนินการกับธนาคารต่างๆ ทั้ง 7 แห่ง ต้องขอให้กระทรวงยุติธรรม เข้าช่วยเหลือให้ความเป็นธรรมกับตนบ้าง

จากนั้น น.ส.ณิชาไปสักการะศาลสมเด็จ พระเจ้าตากสินมหาราช นำพวงมาลัยดอกไม้สดสีเหลือง ไปคล้องดาบถวายสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจ ให้การคลี่คลายคดีแล้วเสร็จโดยเร็วที่กองบังคับการปราบปราม พ.ต.อ.ธงชัย อยู่เกษ ผกก.1 บก.ป. เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า พล.ต.ต.ไมตรี ฉิมเฉิด ผบก.ป. สั่งการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบฯ ร่วมสนับสนุนการทำงานของคณะทำงานของ ตร.เพื่อช่วยคลี่คลายคดีของ น.ส.ณิชา โดยจัดกำลังเจ้าหน้าที่ขึ้นมาร่วมสืบสวนคลี่คลายคดีโดยเฉพาะ

มีรายงานข่าวแจ้งว่า ชุดสืบสวน กก.1 บก.ป. ลงพื้นที่สืบหาข้อมูลและตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดของธนาคารธนชาต สาขาสีลม คอมเพล็กซ์ หนึ่งในธนาคารที่คนร้ายนำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชาไปเปิดบัญชี พบว่ามีการนำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชีธนาคารเมื่อวันที่ 23 ต.ค.60 นอกจากนี้ยังพบข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า คนร้ายได้นำบัตรประชาชนของ น.ส.ณิชา ไปลงทะเบียนเปิดใช้ซิมโทรศัพท์มือถือ อีก 4 หมายเลข ที่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต บางใหญ่ ขณะนี้อยู่ระหว่างขยายผล

รายงานข่าวแจ้งอีกว่า สำหรับ 9 บัญชี 7 ธนาคารที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์นำบัตรประชาชน น.ส.ณิชา ไปเปิดบัญชี ประกอบด้วย ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาเดอะมอลล์ บางแค 1 บัญชี ธนาคารกสิกรไทย สาขาเดอะมอลล์ บางแค 1 บัญชี ธนาคารทหารไทย สาขาซีคอน บางแค 1 บัญชี ธนาคาร ออมสิน สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน 1 บัญชี ธนาคารกรุงเทพ สาขาเดอะมอลล์ งามวงศ์วาน 1 บัญชี ธนาคารกรุงไทย สาขาลาดพร้าว 102 และสาขาเดอะมอลล์ บางแค อย่างละ 1 บัญชี และธนาคารธนชาต สาขาสีลม คอมเพล็กซ์ และสาขาลาดพร้าว 177 โดยคนร้ายใช้เวลาตั้งแต่ปลายเดือน ต.ค.-ถึงต้น ธ.ค.60 ในการเปิดบัญชีธนาคารทั้งหมด

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ. ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.กล่าวถึงกรณี น.ส.ณิชา ว่า ในส่วนหนึ่งก็เห็นใจ แต่กระบวนการของพนักงานสอบสวน มีขั้นตอนดำเนินการ กรณีดังกล่าวมีการออกหมายเรียกถึง 2 ครั้ง แต่ยังไม่มาปรากฎตัวต่อพนักงานสอบสวน เป็นมูลเหตุที่ต้องออกหมายจับ เป็นกระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมายทุกอย่าง เมื่อมีการพิสูจน์ในเบื้องต้นได้ระดับหนึ่งว่า น.ส.ณิชาได้แจ้งความบัตรประชาชนหาย น.ส.ณิชา ต้องมาให้ถ้อยคำแก่พนักงานสอบสวนเพื่อแก้ไขปัญหา และองค์ต่างๆที่มีส่วนเกี่ยวข้องก็พร้อมที่จะตอบคำถามและร่วมกันแก้ปัญหา

ขณะที่นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผอ.กองคดี 1 สำนักงาน ปปง.กล่าวถึงกรณีเดียวกันว่า โดยหลัก ปปง.เป็นหน่วยงานตรวจกำกับสถาบันทาง การเงิน ในเรื่องการเปิดบัญชี หรือการทำธุรกรรมทาง การเงิน มีเงื่อนไขที่กำหนดระหว่าง ปปง.กับธนาคาร กรณี น.ส.ณิชา มาเปิดบัญชี มีหลักเกณฑ์ทำเรื่องกับธนาคาร มีการถามวันเดือนปีเกิด ชื่อ นามสกุล รายได้ วัตถุประสงค์ของการเปิดบัญชี เมื่อธนาคารดำเนินการตามขั้นนั้นเรียบร้อย ต้องตรวจสอบตัวตนของผู้มาเปิดบัญชี ทุกอย่างมีหลักเกณฑ์ แต่กรณีของน.ส.ณิชา ถือเป็นบทเรียนต่อสังคม อาจจะมีข้อผิดพลาด แต่เมื่อมีข้อผิดพลาด จะแก้ไขอย่างไร ในการหามาตรการไม่ให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น กรณีของ น.ส.ณิชาน่า เห็นใจ แต่เราก็เห็นแล้วว่าหลายๆภาคส่วนเข้ามาตรวจสอบในเรื่องนี้ ทำไมธนาคารมีความผิดพลาดอย่างนั้น เป็นหน้าที่ ปปง.จะเข้าไปตรวจสอบ มีการตั้งคำสั่งตรวจสอบเมื่อวันที่ 3 ม.ค. วันนี้จะตรวจ สอบธนาคาร 4 ธนาคาร และวันที่ 15 จะตรวจสอบอีก 3 ธนาคาร และวันที่ 15 ม.ค. ปปง.นัดสถาบันทางการเงินทั้ง 36 แห่ง มาพิจารณาเรื่องรูปแบบที่เกิดขึ้นอย่างนี้ ว่าจะมีมาตรการป้องกันเรื่องนี้อย่างไร

ที่กระทรวงยุติธรรม พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองนายกฯ และ รมว.ยุติธรรม เปิดเผยว่า ยุติธรรมจังหวัดตาก ได้เข้าไปอำนวยความสะดวกช่วยเหลือให้คำแนะนำทางกฎหมาย จัดหาทนายความ พร้อมออกค่าใช้จ่ายต่างๆให้ทั้งหมดแล้ว นอกจากนี้ ได้ฝากเรื่องไปถึงผู้ว่าราชการจังหวัดตาก ในฐานะยุติธรรมจังหวัด ให้เข้าไปช่วยดูแล ทั้งนี้ ต้องตรวจสอบว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร อาจเกี่ยวโยงกับการฟอกเงิน เงินสีเทา การหลอกลวง แชร์ลูกโซ่ โดยเกี่ยวโยงไปถึงธนาคารเช่นกัน กระทรวงยุติธรรม จะเข้าไปดูแลผู้ตกเป็นเหยื่อโดยใช้งบของกองทุนยุติธรรม นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกกรมในสังกัดกระทรวงยุติธรรมรายงานผลงานคดีสำคัญๆและคดีดังที่ออกสื่อทุก 15 วัน ส่วนผลงานทั่วไปให้รายงานทุก 30 วัน และรายงานสรุปผลดำเนินงานทุก 3 เดือนหรือ 1 ไตรมาส ทั้งหมดต้องรายงานตรงมาที่ตน

ส่วนการเยียวยาเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.30 น. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.ธนิตศักดิ์ ธีระสวัสดิ์ ที่ปรึกษาพิเศษ ตร.ในฐานะ ผอ.ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์ กล่าวขณะเป็นประธานแถลงมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนว่า ในวันนี้ได้นำเงินคืนผู้เสียหาย 11 รายรวมเป็นเงิน 1,641,265.47 บาท จากการบูรณาการในการทำงานร่วมกันของทุกหน่วย ออกหมายจับผู้ที่เกี่ยวข้องในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ รวม 275 ราย จับกุมผู้ต้องหา 162 ราย อยู่ระหว่างการสืบสวนติดตามอีก 113 ราย

ขณะที่นายพีระพัฒน์ อิงพงษ์พันธ์ ผอ.กองคดี 1 สำนักงาน ปปง. กล่าวว่า พฤติกรรมของแก๊งคอลเซ็นเตอร์จะมีพฤติกรรมคล้ายๆกัน ไม่ว่าจะด้วยเงื่อนไขอะไร สุดท้ายผู้ร้ายต้องการเอาเงินของเราออกจากบัญชีให้ได้ เรียนพี่น้องประชาชนว่าผู้ที่ถูกหลอกไม่ได้มีปัญหาอะไร คนรอบข้างต้องให้กำลังใจ เมื่อพลาดให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ หรือทาง ปปง.หมายเลข 1710 การดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีมาตรการดำเนินการอย่างเต็มที่

ด้านนายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.กล่าวว่า กระบวนการในขั้นตอนการกระทำความผิดของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากโทรศัพท์ในบ้านเราขณะนี้มี 2 ระบบ คือ ระบบโทรศัพท์ผ่านทางเสียงโดยตรง และระบบโทรศัพท์ผ่านระบบการสื่อสาร VOIP เป็นระบบโทร.ผ่านไลน์ จะไม่ใช้เสียงโดยตรง ดังนั้นแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่กระทำความผิดในขณะนี้ จะใช้หมายเลขโทรศัพท์จากต่างประเทศที่เป็นระบบ VOIP หมายเลขที่ผู้กระทำความผิดใช้งานในปัจจุบัน จะต้องแปลงหมายเลขให้ตรงกับผู้รับสายปลายทางในประเทศไทย เช่น ถ้าอยากจะแจ้งว่าเป็นของ 191 ก็ต้องแปลงหมายเลขที่โทร.เข้ามาเป็น 191 ตั้งแต่ต้นสาย ดังนั้นกระบวนการในการทำเมื่อมีการโทรศัพท์มาจากต่างประเทศ ต้องมีการผ่านระบบอินเตอร์เน็ต เมื่อเข้ามาในประเทศไทยจะมีผู้ให้บริการ 5 ราย ประกอบด้วย DTAC AIS TRUE CATและ TOT ผ่านท่อระบบของผู้ให้บริการทั้ง 5 ราย จากนั้นระบบเสียงจะเข้าสู่ผู้รับสาย

นายฐากรกล่าวต่อว่า ดังนั้นเมื่อมีการแปลงหมายเลขตั้งแต่แรก เมื่อหน่วยงานที่ถูกแอบอ้างรับสายก็จะขึ้นหมายเลขของหน่วยงานนั้นๆ ทันที ทำให้ประชาชนที่ถูกหลอกลวงหลงเชื่อว่าหน่วยงานนั้นๆ โทร.เข้าไปจริง และเมื่อโทร.กลับไปเช็กที่หน่วยงาน เหล่านั้น จึงเป็นหมายเลขจริงๆ ทำให้ประชาชนเข้าใจ ผิดและหลงเชื่อ จากการวิเคราะห์พบว่าหมายเลขโทรศัพท์หน่วยงานที่มีการนำไปใช้อ้างอิง เป็นของหน่วยงานราชการ 50 หมายเลข เป็นหมายเลขที่มีการแปลงในการกระทำความผิด จากนี้มาตรการในระยะสั้นของการดำเนินการ คือ เมื่อมีหมายเลข VOIP โทร.เข้ามา จะมีการบล็อกเกตเวย์ตั้งแต่แรกทันที ดังนั้น หมายเลข 50 หมายเลขนี้จะไม่สามารถผ่านเข้ามาได้ กสทช.ได้มีการประชุมหารือกับผู้ประกอบการทั้ง 5 ราย เพื่อบล็อกไม่ให้หมายเลขเหล่านี้โทร.เข้ามาได้

เลขาฯ กสทช.กล่าวต่อว่า มาตรการดำเนินการในระยะปานกลาง หมายเลขที่โทร.ในระบบ VOIP แม้จะแปลงหมายเลขให้ตรงกับหมายเลขที่จะกระทำความผิด ท่ออินเตอร์เน็ตของผู้ให้บริการทั้ง 5 ราย จะต้องบังคับให้ส่งหมายเลขของตนเท่านั้น เพื่อตรวจสอบได้ว่าหมายเลขที่โทร.เข้ามาจากประเทศไหน จะทำให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนได้ว่าหมายเลขที่โทร.เข้ามาจากต่างประเทศคือประเทศอะไร แต่เนื่องจากหลักฐานต่างๆในขณะนี้ยังไม่ชัดเจน กสทช.จะต้องพูดคุยหารือผู้ให้บริการทั้ง 5 ค่าย ส่วนในระยะยาวจะหารือร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และทุกหน่วยงานอีกครั้งหนึ่ง

วันเดียวกัน พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รอง ผบช.ทท.และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศูนย์ป้องกันและปราบปรามการฉ้อโกงประชาชนผ่านระบบโทรศัพท์และสื่ออิเล็กทรอนิกส์สำนักงานตำรวจแห่งชาติขยายผลจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2 คนคือ นายเกาซู่ปิง ทำหน้าที่ม้ากดเงิน และนายลิ เซี่ย ชุง ทำหน้าที่รับโอนเงินฝากต่อ พร้อมของกลาง 35 รายการ รวมทั้งเงินสดที่คนร้ายกดจากบัตรเงินสด 17,820 บาท ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ทั้งคู่เป็นชาวไต้หวัน ตามหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี หลังก่อเหตุหลอกลวงผู้เสียหายในพื้นที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี

ที่มา ไทยรัฐออนไลน์ - ในประเทศ

ร่วมแสดงความคิดเห็น