เมื่อคุณหมอกุมอนาคตการศึกษาไทย

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 13 มกราคม 2561
  • เข้าดู : 67 ครั้ง

วันนี้ปีเก่ากำลังจะผ่านไป ปีใหม่กำลังจะเข้ามา วงการศึกษาในรอบปี 2560 มีอะไรมากมายให้หันไปมอง

ปี 2560 เป็นปีที่คนไทยทั้งประเทศมีโอกาสรับรู้เรื่องเกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์มากที่สุดอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งได้รับรู้ว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงให้อะไรแก่ปวงชนชาวไทย มากมาย คนไทยได้เรียนรู้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างลึกซึ้งและกว้างขวางมากขึ้น ได้เห็น ได้รับรู้พระราชกรณียกิจมากมายที่ไม่เคยเห็นไม่เคยรู้มาก่อน และที่เหนือสิ่งอื่นใด นั่นคือ เกิดกระแสเรื่องจิตอาสาไปทั่วทั้งในและนอกประเทศ เป็นการแสดงออกถึงความช่วยเหลือเกื้อกูล เมตตา อารี ของคนไทยจริง ๆ

วันนี้ปีเก่ากำลังจะผ่านไปอีกวาระ ปีใหม่กำลังจะเข้ามา วงการศึกษาในรอบปี 2560 มีอะไรมากมายให้หันไปมอง อย่างน้อยประเทศไทยก็มีรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2560 เป็นรัฐธรรมนูญฉบับที่ให้ความสำคัญเรื่องศึกษาอย่างมากถึงมากที่สุด โดยเฉพาะมีการระบุถึง การจัดการศึกษาปฐมวัย หรือ เด็กเล็กก่อนวัยเรียน ที่รัฐต้องจัดให้อย่างมีคุณภาพ โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย โดยหน่วยงานต่าง ๆ ต้องช่วยกันจัด เพราะสมองของเด็กวัย 0 – 6 ปี เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุด การลงทุนพัฒนาเด็กปฐมวัยจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า ดังนั้นเด็กวัยนี้ถ้าได้รับการดูแลเร็วเท่าไหร่ยิ่งเป็นผลดีหลายเท่า

แต่เมื่อพูดถึงการจัดการศึกษาปฐมวัยแล้ว ในทางปฏิบัติในระดับพื้นที่ยังมีอาการนัวเนีย แย่งเด็กกันระหว่างโรงเรียนเอกชนกับรัฐ แถมเด็กในพื้นที่ห่างไกลก็อาจจะยังไม่ได้รับการดูแลอย่างมีคุณภาพที่แท้จริง ความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายเป็นห่วงน่าจะยังคงอยู่ ซึ่งรัฐธรรมนูญก็ได้กำหนดให้มีการตั้งคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา หรือ กอปศ.ขึ้นมาโดยมีเวลาทำงาน 2 ปี วันนี้เวลาผ่านไปกว่าครึ่งปีแล้ว พ.ร.บ.กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ก็เริ่มเป็นรูปเป็นร่างแล้ว และจะมีกฎหมายที่เกี่ยวกับการศึกษาทยอยออกมาอีกหลายฉบับ ที่สำคัญที่สุด คือ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ฉบับใหม่ ซึ่งเป็นเหมือนธรรมนูญทางการศึกษา เป็นกฎหมายแม่บทสำหรับการศึกษาไทย ถึงวันนี้ก็คงต้องรอดูต่อไปว่าการปฏิรูปการศึกษาครั้งนี้จะมีโฉมหน้าอย่างไร และจะนำพาไปสู่คุณภาพการศึกษาได้จริงหรือไม่

ช่วงเวลา 1 ปี บนเก้าอี้เสมา 1 ของ หมอธี นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ มีกระแสวิพากษ์ค่อนข้างดังว่า ยังไม่เห็นผลงานชัดเจน รมว.ศธ.ติดกับดักอยู่ในเรื่องการบริหารงานบุคคล งานวิชาการแผ่ว บริหารงบประมาณพลาดงบประมาณปีงบฯ 2561 ศธ.ได้รับการจัดสรรลดฮวบจากปีงบฯ 2560 ถึง 7,463 ล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นงบฯในส่วนหนังสือเรียนในโครงการเรียนฟรี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ถูกหั่นไปกว่า 4,200 ล้านบาท หลัง”หมอธี ประกาศนโยบายหนังสือยืมเรียน แทนการแจกตำราฟรี ส่วนด้านคุณภาพการศึกษาที่ควรจะเกิดในยุคที่รัฐบาลมีอำนาจล้น ก็ไม่เกิด เพราะเสมา 1ให้ความสำคัญกับโครงการที่ตนเองริเริ่ม แต่มองข้ามโครงการของอดีตรัฐมนตรี ที่แม้จะรับนโยบายมาจากนายกรัฐมนตรีคนเดียวกัน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อย่างการลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ที่แผ่วลงไปโดยอัตโนมัติแทบจะไม่มีการพูดถึง ทำให้บางโรงเรียนหยุดไม่ทำต่อ ทั้งๆที่หลายโรงเรียนนับหมื่นแห่งได้เดินหน้ากันไปแล้วแถมได้ผลอีกต่างหาก

เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของกระทรวงศึกษาธิการ ตามคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 19/2560 ที่มีเป้าหมายหลักเพื่อแก้ปัญหาการจัดการศึกษาของประเทศ โดยมุ่งไปที่ส่วนภูมิภาค ซึ่งเป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่แท้จริง ทั้งด้านโครงสร้างขององค์กร ระบบบริหารจัดการ และงานบุคลากร ที่ตั้งหลักมาตั้งแต่สมัย พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ องคมนตรี อดีตเสมา 1 โดยขณะนั้น หมอธี ซึ่งอยู่ในตำแหน่งเสมา 3 ก็เคยหลุดปากออกมาว่า ไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ แต่เมื่อถึงเวลาก็จำต้องดำเนินต่อไป และแล้วปัญหาก็เกิดขึ้น คือ ศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) ซึ่งเป็นตำแหน่งและบทบาทใหม่ที่เกิดตามคำสั่งนี้ ถูกบอนไซ งบประมาณก็ไม่ได้ คนทำงานก็ไม่มี แถมยังมีปัญหาความขัดแย้งเรื่องอำนาจการบริหารงานบุคคลในพื้นที่กับผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ.สพท.)อีก ท้ายที่สุด หมอธี ต้องส่งหนังสือถึง บิ๊กตู่ ขอแก้ไขคำสั่ง หัวหน้า คสช.ที่ 19/2560 เป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เชื่อว่าหนังเรื่องนี้ต้องมีภาคต่อแน่นอน

ขณะที่การอาชีวศึกษา ปี 2560 ยังคงดำเนินไปอย่างเรียบๆ เรื่อยๆ มาเรียงๆ ไม่มีอะไรหวือหวา นักเรียน-นักเลง เรียนบ้าง ตีกันบ้าง จนดูเหมือนเป็นเรื่องปกติ มีมาตรการแก้ไขปัญหาอย่างไรก็ไม่เด็ดขาด พ่อ แม่ ผู้ปกครอง ต้องคอยลุ้นคอยผวา ว่า ลูก-หลานจะเรียนจบออกมาแบบครบอาการ 32 หรือไม่ ปีที่ผ่าน ๆ มาเป็นอย่างไร ปีที่กำลังจะผ่านไปก็เป็นอย่างนั้น ต้องดูกันไปว่าแล้วปีนี้จะเป็นอย่างไร ก็ได้แต่ขอว่าอย่าได้มีเหตุอะไรอีกเลย

ปีนี้เป็นอีกปีที่ การอุดมศึกษา ได้รับการผลักดันอย่างแรง โดยเฉพาะการแยกสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา ออกจาก ศธ.ตั้งเป็นกระทรวงการอุดมศึกษา เห็นได้จากการที่ บิ๊กตู่ ส่ง ศ.นพ.อุดม คชินทร อดีตอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหิดล อดีตประธานที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย(ทปอ.) และ ยังเป็นประธานคณะทำงานเตรียมการจัดตั้งกระทรวงอุดมศึกษา มานั่งเก้าอี้ รมช.ศธ. ซึ่ง หมออุดม ก็ได้ปักธงประกาศในทำนองว่า ปี 2561 นี้กระทรวงการอุดมศึกษาได้เกิดแน่นอน และวันนี้เมื่อสแกนดูในเนื้อในของการอุดมศึกษาไทยแล้ว ต้องบอกว่า มีหลากหลายปัญหาที่ฝังรากลึกมานาน โดยเฉพาะเรื่องธรรมาภิบาลทั้งในมหาวิทยาลัยรัฐและเอกชน คุณภาพของการอุดมศึกษา การผลิตบัณฑิตไร้คุณภาพ ถึงแม้บางประเด็นจะถูกจัดการด้วยการใช้อำนาจ ม.44 มาแล้วแต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้เบ็ดเสร็จ นอกจากนี้ยังมีกรณีการเรียกร้องให้ดูแลสวัสดิการของบุคลากรในสถาบันอุดมศึกษาให้เท่าเทียมกับข้าราชการอื่น ซึ่งเรียกร้องกันมานานหลายปีแล้วเช่นกัน

ปีหน้าฟ้าใหม่ ยังมีปัญหาการศึกษาไทยที่รอการแก้ไข รวมถึงรอการผลักดันอีกเพียบ โดยเฉพาะของขวัญปีใหม่ที่ “หมอธี ประกาศมอบให้แก่สถานศึกษาทั่วประเทศ นั่น คือ อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง หรือ ไฮสปีดอินเทอร์เน็ต โดยให้อำนาจผู้บริหารสถานศึกษาสามารถเลือกเครือข่ายที่ดีและเหมาะสมกับสถานศึกษาของตนเอง หลังจากการยกเลิกการใช้เครือข่าย MOE net ซึ่งถูกค้นพบว่า เป็นเครือข่ายที่ไม่มีตัวตน ไม่ถือเป็นผู้ให้บริการแต่เป็นการไปซื้อสัญญาณจากเครือข่ายจากเอกชนแล้วนำมาปล่อยสัญญาณต่อให้สถานศึกษา

เมื่อรัฐบาลทหารส่งหมอมาเยียวยาการศึกษาไทย หนึ่งปีผ่านไปอาการก็ยังไม่ดีขึ้น ต้องรอดูต่อไปว่าคุณหมอจะจัดยาชุดไหนให้อีก

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/618641

ร่วมแสดงความคิดเห็น