ชร.ผอ.สพท.หนุน " บิ๊กเขต" นั่งบอร์ดบริหารบุคคล สัดส่วนเท่าผู้ทรงคุณวุฒิ เชื่อระยะยาว 2 ฝ่ายหาจุดลงตัวได้

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 18 ธันวาคม 2560
  • เข้าดู : 108 ครั้ง

เมื่อวันที่ 18 ธันวาคม นายธนชน มุทาพร ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)ชัยภูมิ เขต 1 ในฐานะประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) ให้สัมภาษณ์กรณีที่นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.) เสนอให้พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) แก้ไขคำสั่ง คสช. ที่ 19/2560 เรื่องการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคของศธ. เพื่อแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา(ผอ.สพท.)กับศธจ. โดยการปรับแก้คำสั่งดังกล่าว จะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 2 ชุด คือ คณะกรรมการบูรณาการด้านการศึกษา และคณะกรรมการการบริหารงานบุคคล ทั้ง 2 ชุดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน ศธจ.เป็นเลขานุการ และผอ.สพท.เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ซึ่งจะมีการตั้งผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เป็นกลางจำนวนเท่าผอ.สพท.มาเป็นกรรมการร่วม เพื่อให้มีการคานอำนาจนั้นว่า เห็นด้วยในหลักการที่ให้มีคณะกรรม 2 ชุด และต้องเป็นอิสระแก่กัน แยกบทบาทหน้าที่กันชัดเจน ส่วนองค์ประกอบของคณะกรรมการ ที่ให้ ผอ.สพท.เท่ากับจำนวนผู้ทรงคุณวุฒิ โดยเอาจำนวน ผอ.สพท.เป็นตัวตั้ง จะทำให้ ผอ.สพท.ทุกคนได้เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง เป็นการแก้จุดอ่อนขององค์ประกอบเดิม ที่ ผอ.สพท.ทุกคนไม่ได้เป็นกรรมการทั้งหมด ทำให้ข้อมูลรายละเอียดของเขตที่มิได้มีผอ.สพท.เป็นกรรมการ บางครั้ง พิจารณาไม่แล้วเสร็จในการประชุมในคราวเดียวกัน เนื่องจากที่ประชุมไม่สามารถพิจารณาในรายละเอียดเชิงลึกได้ ดังนั้นการมี ผอ.สพท.ทุกคนเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง จะช่วยแก้ปัญหาดังกล่าวได้ และศธจ.จะได้รับความร่วมมือจากสพท.มากยิ่งขึ้น

การแก้ไขคำสั่งครั้งนี้ ถ้าคืน มาตรา 53 แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา กลับคืนมาให้ผู้บังคับบัญชาตามกฎหมาย จะทำให้การขับเคลื่อนการบริหารงานบุคคลรวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอน ลดค่าใช้จ่าย ส่วนการขับเคลื่อนงานบูรณาการนั้น ไม่แน่ใจว่าจะขับเคลื่อนได้สะดวกหรือไม่ เพราะศธจ.ยังมาติดหล่มเรื่องการเป็นกรรมการและเลขานุการของกศจ.เหมือนเดิม จึงต้องอาศัยความเป็นมืออาชีพ ของ ศธจ.แต่ละท่าน ว่าจะขับเคลื่อน งานบูรณาการไปได้อย่างราบรืนหรือไม่ โดยส่วนตัวก็ยังคิดว่า คงไม่ราบรื่นเท่าที่ควร เพราะศธจ.ต้องเอาเวลาส่วนใหญ่มาจัดทำวาระการประชุมทั้ง 2 คณะ และยังรับผิดชอบการสรรหาบรรจุแต่งตั้งเหมือนเดิม เว้นแต่คำสั่งจะเปิดช่องให้ กศจ. มอบอำนาจให้หน่วยงานการศึกษาที่มีความพร้อมเป็นผู้สรรหา เช่น บางตำแหน่ง/ประเภท อาจให้เขตพื้นที่ หรือสถานศึกษาที่มีความพร้อมในการดำเนินการสรรหา นายธนชนกล่าว และว่า ในระยะแรกของการปรับปรุงแก้ไขคำสั่งนี้ ก็ต้องช่วยกันทุกฝ่ายให้สามารถเดินหน้าได้ คิดว่าสุดท้ายเมื่อทำงานไปสักระยะหนึ่งทั้งสองฝ่ายคงจะหาจุดที่ลงตัวที่สุดในการขับเคลื่อนครั้งนี้ เพื่อเป้าหมายเดียวกัน คือความรวดเร็ว เป็นธรรมาภิบาล และคุณภาพผู้เรียนต้องดีขึ้น

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/771536

ร่วมแสดงความคิดเห็น