จูบปาก!! " ปธ.ศธจ.-ปธ.ชร.ผอ.สพท." พอใจ " ปลัดศธ.-สพฐ." เคลียร์อำนาจ " บรรจุแต่งตั้ง" ลงตัว

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 12 ธันวาคม 2560
  • เข้าดู : 105 ครั้ง

ความคืบหน้ากรณีนายบุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) พร้อมด้วยนายการุณ สกุลประดิษฐ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) และตัวแทนศึกษาธิการจังหวัด(ศธจ.) ตัวแทนผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (ผอ.สพท.) ประมาณ 50 คน แถลงข่าวทางออกความขัดแย้งระหว่างผอ.สพท.และศธจ.ซึ่งนพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการศธ. จะเสนอแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 19/2560 ในข้อที่13 ที่กำหนดให้อำนาจการบรรจุและแต่งตั้งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในจังหวัดและกรุงเทพฯ ตามมาตรา 53(3)และ(4)แห่งพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา เป็นของศธจ.โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) จากเดิมผู้ใช้อำนาจตามมาตรา 53(3)และ(4) เป็นของผอ.สพท.และผู้อำนวยการโรงเรียน ทั้งนี้ เพื่อแก้ไขความขัดแย้งระหว่างผอ.สพท.และผู้อำนวยการโรงเรียน(ผอ.ร.ร.) กับศธจ. โดยนายบุญรักษ์แถลงข่าวว่าจะตั้งคณะกรรมการ 2 คณะ คือ คณะกรรมการบูรณาการด้านการศึกษาและคณะกรรมการการบริหารงานบุคคล ทั้ง 2 ชุดมีผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นประธาน มีศธจ.เป็นเลขานุการ สำหรับคณะกรรมการบริหารงานบุคคล จะมีผอ.สพท.ในจังหวัดทุกคนร่วมเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ทั้งนี้ผอ.สพท.เป็นผู้ใช้อำนาจตามมาตรา 53(3) ตามที่กศจ.อนุมัติ ขณะที่ผู้อำนวยการโรงเรียนเป็นผู้ใช้อำนาจตามมาตรา 53(4) ตามที่กศจ.อนุมัติ ส่วนศธจ.ทำหน้าที่เลขานุการ กศจ. ขณะที่นายการุณ แถลงข่าวว่า ได้ลงนามในร่างแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/25560 ในข้อที่ 13 แล้วเพื่อส่งให้รัฐมนตรีว่าการศธ.พิจารณาลงนาม เสนอนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.พิจารณาแก้ไขต่อไป

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม นายเชิดศักดิ์ ศรีสง่าชัย ศธจ.ขอนแก่น ในฐานะประธานชมรมศธจ. กล่าวว่า ยินดีที่จะร่วมมือกับผอ.สพท.ในการพัฒนาการศึกษา การปรับแก้อำนาจการบริหารงานบุคคล ศธจ.ไม่ติดใจ แล้วแต่ผู้ใหญ่ ให้ทำอะไรก็พร้อมจะทำตาม ขออย่างเดียวให้ผอ.สพท.และศธจ. เป็นพี่น้อง ทำงานร่วมกัน เป็นหนึ่งเดียว ยอมรับว่า ศธจ.ได้หารือเรื่องการแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2560 แต่เลขาธิการกพฐ.และปลัดศธ. ได้ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ทั้งศธจ. และสพท.ก็พอใจ เราจะเลิกขัดแย้ง เราจะเป็นพี่น้องกัน จับมือร่วมกันพัฒนาการศึกษาต่อไป

นายธนชน มุทาพร ผอ.สพป.ชัยภูมิ เขต 1 ในฐานะประธานชมรมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาแห่งประเทศไทย (ชร.ผอ.สพท.) กล่าวว่า พอใจและเชื่อว่าจะสามารถขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในภูมิภาคได้ เรื่องความล่าช้า ทุจริต ไร้ธรรมาภิบาลหรือความขัดแย้ง จะไม่มีแน่นอน ขณะที่ศธจ. จะมีเวลาขับเคลื่อนงานบูรณาการในพื้นที่ และจะได้ช่วยกันสร้างความเข้มแข็งให้กับหน่วยงานการศึกษาในจังหวัดได้ พวกเราจะช่วยกันขับเคลื่อนทั้งงานบุคคลและงานบูรณาการยุทธศาสตร์จังหวัด

นายอดุลย์ กรองทอง ผอ.สพป.อำนาจเจริญ กล่าวว่า สพท.และศธจ.ไม่มีใครขัดแย้งกันส่วนตัว ปัญหาการขับเคลื่อนงานที่สะดุด เกิดขึ้นมาจากการโอนอำนาจตามมาตรา 53 ในข้อที่ 13 ของคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2560 ไปให้ ศธจ. ทำให้งานหลายอย่างล่าช้า สะดุดตามไป เสียเวลา เสียโอกาสในแง่การบริหารงาน และส่งผลกระทบต่อผู้เรียน การขอใช้อำนาจ ไม่ใช่ว่าจะต้องเป็นของเขตพื้นที่ฯ หรือเป็นอำนาจของใคร จะเป็นใครก็ได้ แต่ต้องทำเพื่อให้เกิดประโยชน์กับเด็ก ต่อการศึกษา และเจตนาเพื่อให้งานทุกอย่างเดินหน้าคล่องตัว

นายทองสุข อยู่ศรี ผอ.สพป.นครสวรรค์ เขต 2 กล่าวว่า การหารือร่วมกันระหว่างศธจ.และ ผอ.สพท.ครั้งนี้ถือเป็นมติเห็นพ้องร่วมกัน กับแนวทางการแก้ไขคำสั่งหัวหน้าคสช.ที่ 19/2560 และจะเดินหน้าทำงานร่วมกัน ทั้งนี้ที่ผ่านมาเรามีข้อติดขัดจนบั่นทอนการทำงานมานานเกินไป 5-6 เดือน จากนี้จะร่วมกันเดินหน้าขับเคลื่อนงานการศึกษาในภูมิภาค เพื่อเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา

 

 

ที่มา https://www.matichon.co.th/news/763866

ร่วมแสดงความคิดเห็น