ปี 64 การศึกษาไทยยังพายเรือวนในอ่าง | เดลินิวส์ | LINE TODAY

  • หมวดหมู่ : บันเทิง วันที่ : 31 ธันวาคม 2564
  • เข้าดู : 36 ครั้ง

เปิดฉากการศึกษาในรอบปี 2564 ถือเป็นช่วงผลัดเปลี่ยนเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแบบสายฟ้าแล่บในกลางเดือนกุมภาพันธ์ เมื่อ ครูตั้น นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ อดีต รมว.ศึกษาธิการ โดนศาลอาญามีคำพิพากษาคดีกลุ่มกบฏคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) จำคุก นายณัฏฐพล 6 ปี 16 เดือน ส่งผลให้ต้องหลุดจากเก้าอี้ เสมา 1 โดยทันที แต่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ไม่รอช้าเร่งมือปรับคณะรัฐมตรี (ครม.) ชุดเล็กด้วยการเซอร์ไพรส์อุ้ม น.ส.ตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้ว เหาะกุมรหัส เสมา1 นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการแทนคนเก่า ซึ่งแม้น.ส.ตรีนุชจะเป็นรัฐมนตรีหน้าใหม่แต่กลับได้ตำแหน่งใหญ่แบบที่ไม่มีใครคาดคิดในช่วงปลายเดือนมีนาคม จึงทำให้ภาพของกระทรวงศึกษาธิการในตอนนี้มีผู้หญิงมาบริหารงานการศึกษารวม 3 คน ประกอบด้วย เสมา 2 คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช กับนโยบายติดหูแต่ไม่ติดใจ โคดดิ้งแห่งชาติ และ เสมา 3 นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รมช.ศึกษาธิการ กับนโยบายอีเวนท์หาเสียง กศน.ว้าวว้าว

นอกจากนี้ยังมีนโยบายเร่งด่วน (Quick Win) อีก 7 ด้าน ได้แก่ 1.ความปลอดภัยของผู้เรียน 2.หลักสูตรฐานสมรรถนะ 3.Big Data 4.ขับเคลื่อนศูนย์ความเป็นเลิศทางการอาชีวศึกษา (Excellent Center) 5.พัฒนาทักษะทางอาชีพ 6.การจัดเรียนรู้ตลอดชีวิตสำหรับประชาชนทุกช่วงวัย และ 7.การจัดการศึกษาสำหรับผู้ที่มีความต้องการจำเป็นพิเศษ แต่ตลอดระยะเวลากว่า 10 เดือนของ ตรีนุช ยังไม่เห็นผลงานใดๆที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม หรือทำให้เห็นว่าการศึกษาลูบได้คลำได้ เพราะขนาดตั้งกุนซือระดับเซียนการศึกษาหลากหลายคนรอบกาย ยังมองไม่เห็นทิศทางการปฏิรูปการศึกษา

ขณะที่ในช่วงของการเรียนออนไลน์ที่ไม่สามารถจัดการสอนที่โรงเรียนได้ ศธ.ได้ดำเนินการจ่ายเงินเยียวโดยโอนเงินงบประมาณตามโครงการให้ความช่วยเหลือภาระค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา เพื่อบรรเทาผลกระทบของผู้ปกครอง นักเรียน และนักศึกษา เนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการเรียนรู้ของนักเรียน นักศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทั้งสายสามัญศึกษาและสายอาชีพ ในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน รวมประมาณ 10.8 ล้านคน ในอัตรา 2,000 บาทต่อคน รวมเป็นเงินประมาณ 21,600 ล้านบาทด้วย

ส่วนกฎหมายการศึกษาอย่างร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.. ถือเป็นจุดเปลี่ยนการจัดการศึกษาในหลายๆเรื่อง โดยเฉพาะกระบวนการเรียนรู้ของผู้เรียนที่เน้นพัฒนาให้เด็กมีสมรรถนะในการนำองค์ความรู้ไปปรับใช้กับชีวิต คิดวิเคราะห์ในมุมมองที่แตกต่าง มีความคิดรอบด้าน ในส่วนของครูจะมุ่งเน้นพัฒนาครูให้มีคุณภาพ มีจิตวิญญาณความเป็นครู ขณะเดียวกันยังเร่งรัดปรับปรุงหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานสู่หลักสูตรฐานสมารรถนะ โดยจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในปี 2565 พร้อมๆกับจัดอบรมเตรียมความพร้อมให้กับครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยเฉพาะการสอนแบบ Active learning นอกจากนี้ การจัดการศึกษาตามพระราชบัญญัตินี้ จะมีความอิสระมากขึ้น เน้นให้สถานศึกษามีความเป็นเอกภาพ เกิดการบูรณาการในทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา สามารถจัดการศึกษาที่มีความยืดหยุ่นและอิสระทางวิชาการ รองรับการเรียนรู้ในหลากหลายรูปแบบที่เปลี่ยนแปลงของสังคมโลก แต่ ณ เวลาร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวยังค้างการพิจารณาอยู่ในสภาผู้แทนราษฎร จึงมีคำถามจากหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องมองว่า พ.ร.บ.ฉบับใหม่จะให้ผลลัพธ์ที่ดีใช่หรือไม่