11 แคมเปญโฆษณาที่ส่งสารให้นักการเมืองหน้าสั่นจนนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง | a day magazine | LINE TODAY

  • หมวดหมู่ : ไลฟ์สไตล์ วันที่ : 1 มีนาคม 2564
  • เข้าดู : 172 ครั้ง

ณ วินาทีนี้ อุณหภูมิการเมืองพุ่งทะลุปรอท เพดานความระอุถูกดันขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ใช่แค่ในประเทศไทย แต่เกิดขึ้นทั่วทุกมุมโลก

การทุจริต ความอยุติธรรม การรัฐประหาร และอีกหลากหลายประเด็นที่เกิดขึ้นโดยฝีมือของผู้มีอำนาจ แต่กลับไม่ใช้อำนาจนั้นเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง

เมื่อเป็นดังนั้นจึงเกิดการลุกขึ้นสู้

เราเห็นการประท้วง การเรียกร้อง ไปจนถึงความเคลื่อนไหวบนสื่อหรือโซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น ทวิตเตอร์ ที่แบนโดนัลด์ ทรัมป์ ไปตลอดกาล จากการทวีตปลุกปั่นและไม่ยอมรับผลการเลือกตั้ง และเร็วๆ นี้ เมื่อเกิดการรัฐประหารที่ประเทศพม่า เราก็ได้เห็นเหล่าคนดังของพม่าออกมา call out เพื่อต่อต้านความไม่ชอบธรรมในการยึดอำนาจนี้

เหล่านี้แสดงให้เห็นถึงการร่วมมือกันต่อสู้เพื่อความถูกต้องทางการเมือง และส่งสัญญาณให้ผู้มีอำนาจรับรู้ว่าเราจะไม่ทน

และในวงการโฆษณา ที่หน้าที่หลักคือการใช้ความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาอย่างชาญฉลาดล่ะ เขามีวิธีการยังไงกันบ้าง

วันนี้เราขอนำ 11 แคมเปญโฆษณาที่สามารถสร้างแรงกระเพื่อมทางการเมืองและนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงมาให้รับชม ซึ่งในหลายๆ งานนั้นเราสามารถนำบริบทของประเทศไทยเข้าไปซ้อนทับกันได้แนบเนียนอย่างน่าประหลาด และน่านำไปคิดต่อว่า ถ้าเป็นประเทศเรา เราจะทำยังไง

01Dictators

เริ่มต้นด้วยเรื่องร้อนล่าสุดที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศเพื่อนบ้าน และหวิดจะเกิดขึ้นในประเทศสหรัฐอเมริกา นั่นคือการล่มสลายของระบอบประชาธิปไตย

ประชาธิปไตยนั้นสวยงามทว่าเปราะบาง และเพื่อย้ำเตือนสิ่งนั้น RepresentUs หน่วยงานต่อต้านการคอร์รัปชั่น และเอเจนซีMischief @ No Fixed Address จึงทำโฆษณาชุดหนึ่งที่ออนแอร์ในช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา ด้วยเมสเซจที่ว่า ประชาธิปไตยจะยังอยู่หรือสูญสิ้นนั้นขึ้นอยู่กับคุณ นั่นคือถ้าการเลือกตั้งล้มเหลว ประชาธิปไตยก็ล้มเหลวเช่นกัน และเป็นการบอกคนที่พยายามจะแทรกแซงการเมืองว่าฉันรู้ทันเธอ

แค่นี้อาจจะยังแรงไม่พอ โฆษณานี้เลยใช้เทคโนโลยี Deepfake สร้างวลาดิเมียร์ ปูติน และคิมจองอึน ผู้นำเผด็จการตัวพ่อมาพูดให้ฟังกันซะเลย โฆษณาเลยออกมาน่าขนลุกมากๆ

ว่าแต่ ขาดผู้นำเผด็จการคนไหนไปรึเปล่านะ

02Tweet A Politician

สภาเป็นที่เอาไว้ทำงานเพื่อประชาชน ไม่ได้เอาไว้นอน!

นับตั้งแต่ปี 2016 โคลอมเบียเป็นหนึ่งในประเทศที่อันตรายที่สุดสำหรับนักกิจกรรมทางการเมือง นักสิทธิมนุษยชนและนักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อมกว่า 900 ชีวิตถูกลอบสังหารเพราะขัดขวางผลประโยชน์ทางการเมือง

ในขณะเดียวกันนั้น กลับมีภาพเหล่านักการเมืองผู้ทรงเกียรติกำลังงีบหลับในสภาขณะที่กำลังถกประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการปกป้องชีวิตของพวกเขาเหล่านี้

เห็นดังนี้ Amnesty International จึงนำภาพจังหวะแอบหลับเหล่านั้นมาวางเคียงกันกับนักเคลื่อนไหวที่ต้องถูกพรากชีวิตไปพร้อมข้อความ ในขณะที่บางคนหลับ บางคนจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีก พร้อมแนบแอ็กเคานต์ทวิตเตอร์ของนักการเมืองคนนั้นให้ประชาชนสามารถทวีตไปปลุกได้ จะแนบข้อความอรุณสวัสดิ์ไปด้วยก็ย่อมได้

ถ้าเป็นบ้านเรา ต้องได้คิดแฮชแท็กกันสนุกสนานแน่นอน

03Make the politicians work

อีกแคมเปญกดดันเหล่านักการเมืองให้ขยับตัวทำงานเสียบ้างจากประเทศรัสเซีย

เมือง Yekaterinburg เป็นเมืองที่มีประชากรมากเป็นอันดับ 4 ของรัสเซีย แต่ถึงอย่างนั้นคุณภาพของถนนหนทางกลับอยู่ในระดับที่รับไม่ได้ ทั้งประชาชนทั้งสื่อต่างรุมร้องเรียน แต่เสียงของพวกเขาก็หายเข้ากลีบเมฆ Ura.ru เว็บไซต์ท้องถิ่นจึงต้องยกระดับการส่งสาร ด้วยวิธีการน่ารัก หยิกแกมหยอก ไม่ซ่อมถนนใช่ไหม งั้นขออนุญาตเพนต์หน้าผู้มีหน้าที่รับผิดชอบลงไปเลยนะครับ

เพียงพริบตา ภาพนั้นก็หายแวบ รวมถึงหลุมบ่อก็เนี้ยบเรียบกริบราวเสกได้

ถ้าเป็นที่ไทยคงยากหน่อย เพราะรูเยอะ คนแยะ ไม่รู้จะจับคู่รูไหนกับคนไหนดี

04The Blank Edition

ในเลบานอน หนังสือพิมพ์กลายเป็นเครื่องมือของนักการเมืองในการสาดโคลนใส่กัน จะถามหาเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนจริงๆ น่ะเหรอ เรียกได้ว่าไม่มี

ถ้านักการเมืองไม่ทำงาน ทำไมสื่อต้องทนทำงานให้ล่ะ ว่าแล้ว An-Nahar หนังสือพิมพ์หัวหนึ่งจึงจับมือกับเอเจนซี Impact BBDO สร้างสรรค์หนังสือพิมพ์ฉบับพิเศษ The Blank Edition ที่ไม่มีข้อความอะไรอยู่เลย!

แต่ในความว่างนั้น มีพื้นที่ให้ประชาชนเขียนอะไรลงไปก็ได้ในสิ่งที่อยากบอกกับนักการเมืองของพวกเขา เป็นการประกาศว่าถึงเวลาที่พวกคุณต้องหยุดทำตัวเป็นเด็กแล้วฟังเสียงของประชาชนเสียที ดีใจกับประเทศเลบานอนด้วยที่สื่อกระแสหลักรู้ตัวว่าควรจะต้องทำอะไรที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน ไม่ใช่เอาแต่รายงานข่าวแม่ผัว-ลูกสะใภ้ หรือวันนี้ลุงคนนั้นกินอะไรไปวันๆ

05The Corruption Converter

ในช่วงปี 2017 บราซิลต้องเผชิญกับวิกฤตร้ายแรงมากมาย ทั้งภัยธรรมชาติ การพังพินาศของระบบสาธารณูปโภค โรงพยาบาลปิดตัว และการมาถึงของไวรัสซิกา ซ้ำยังต้องมาเจอการทุจริตครั้งใหญ่ของเหล่านักการเมืองอีก

หนังสือพิมพ์ Estad o ต้องการเปิดโปงเรื่องนี้และทำให้ประชาชนรู้ว่านักการเมือง ปล้น อะไรไปจากพวกเขาบ้าง

ด้วยการสร้าง The Corruption Converter เครื่องมือพิเศษในเบราเซอร์ที่แปลงค่าเงินทุจริตเป็นสิ่งที่ประชาชนจะได้รับจากเงินก้อนนี้ เช่น เงิน 316 ล้าน R$ (ค่าเงินของบราซิล) สามารถเปลี่ยนเป็นวัคซีน H1N1 ที่ใช้รักษาไข้ซิกาได้ราวๆ 2 ล้านโดส และยังสามารถแปลงเป็นค่าอาหารมื้อกลางวันของเด็กและระบบสวัสดิการของประชาชนได้อีกมากมาย

อยากลองใช้ อยากรู้ว่าเรือดำน้ำหนึ่งลำจะเปลี่ยนไปทำอะไรได้บ้าง

06CORRUPTION DETECTOR

ยังอยู่กันที่บราซิล ช่วงปี 2018 ปัญหาการคอร์รัปชั่นยังคงหนักหนา การต่อต้านจึงต้องเข้มข้นขึ้น ว่าแล้ว Reclame Aqui สำนักงานปกป้องผู้บริโภคของบราซิล จึงร่วมมือกับเอเจนซี Grey สร้าง CORRUPTION DETECTOR แอพพลิเคชั่นที่ใช้เทคโนโลยี Face Detection จดจำหน้าของเหล่านักการเมืองทุจริตที่เอาแต่ให้คำสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน พอถึงเวลาจริงๆ ก็เอาแต่โกง

พอนักการเมืองเหล่านี้ปรากฏตัวต่อหน้าสื่อก็แค่ใช้แอพฯ นี้สแกนใบหน้า ข้อมูลผลงานการทุจริตจะโชว์ขึ้นมายาวเหยียดเป็นหางว่าว ทำให้ประชาชนจำหน้าได้ว่า อ๋อๆ คนนี้น่ะเหรอที่พูดเสียดี อ้างว่ามาปราบโกง สุดท้ายก็โกงเสียเอง หรือจะใช้จับงูเห่าก็น่าจะเวิร์กไม่น้อย

07The Toxic Flag

แคมเปญนี้เรายกธงให้นักการเมือง ไม่ใช่ธงขาวแต่เป็นธงดำ เป็นการต่อต้านเชิงสัญลักษณ์ต่อเหตุการณ์ที่ชาวเลบานอนเผชิญปัญหาเรื่องการจัดการขยะอย่างหนัก แทนที่จะจัดการด้วยวิธีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นักการเมืองกลับเลือกจะจัดการด้วยวิธีเผา

พวกเขาริเริ่มโครงการสร้างเตาเผาขยะขนาดใหญ่ขึ้น 3 เตากลางเมืองเบรุตโดยไม่ปรึกษาประชาชนสักคำ ซึ่งเตาเผาขยะเหล่านี้จะสร้างมลพิษมหาศาลและทำลายสุขภาพของประชาชนอย่างร้ายกาจ

เอเจนซี BBDO ประเทศดูไบ จึงต้องการเตือนประชาชนและทำการประท้วงไปพร้อมกัน ด้วยการนำสัญลักษณ์ของชาวเลบานอน นั่นก็คือธงชาติ มาสร้างใหม่ด้วยควันดำ เมื่อประชาชนเห็นธงนี้ก็ตระหนักถึงความร้ายแรงที่จะเกิดขึ้น และออกมาประท้วงอย่างแข็งขัน จนในที่สุดเรื่องนี้ก็ถึงสภา และโครงการนี้ก็ถูกพับไป

ถ้าบ้านเราทำแบบนี้ แคมเปญน่าจะจุดติดง่าย เพราะแค่เห็นว่าควันถูกทำเป็นทรงธงชาติก็น่าจะเกิดการถกเถียงร้อนแรงพอดู

08Price on Our Lives

mass shooting เป็นอีกหนึ่งปัญหาเรื้อรังของประเทศอเมริกา สาเหตุนั้นมาจากการที่ National Rifle Association (NRA) บริจาคเงินนับล้านดอลลาร์ให้แก่รัฐบาล เหล่านักการเมืองเลยไม่ออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนอย่างจริงจัง

แต่หลังเกิดเหตุกราดยิงที่ Marjory Stoneman Douglas High School ในรัฐฟลอริดาเมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2018 นักเรียนผู้รอดชีวิตจึงออกมาประท้วงในนาม March For Our Lives และเพื่อแสดงสัญลักษณ์บางอย่าง พวกเขานำจำนวนเงินที่ NRA บริจาคให้แต่ละปีมาหารกับจำนวนเยาวชนในรัฐฟลอริดา ได้เป็นจำนวน 1.05$ หรือตีเป็นเงินไทยราว 30 บาท

แค่นี้หรือราคาชีวิตของพวกเขา พวกเขาติดป้ายราคาเหล่านี้ที่ข้อมือเพื่อเป็นการประท้วง และบอกว่าชีวิตของพวกเขาไม่ใช่สินค้าที่นักการเมืองจะมาตีตราติดป้ายราคาได้

09The tampon book

ในประเทศเยอรมนี ผ้าอนามัยเป็นสินค้าฟุ่มเฟือยที่ถูกเก็บภาษีมากถึง 19 เปอร์เซ็นต์ มากกว่าไข่ปลาคาเวียร์ ภาพวาดสีน้ำมัน และเห็ดทรัฟเฟิล สาเหตุหนึ่งเพราะผู้ชายเป็นคนบัญญัติ แถมยังล้าหลังมากว่าหกสิบปี ไม่ยอมแก้กฎหมาย เราก็ต้องฉลาดกว่ากฎหมาย The Female Company แบรนด์ขายสินค้าสำหรับผู้หญิงออนไลน์จึงขายผ้าอนามัยสอดไส้ในหนังสือที่ต้องเสียภาษีแค่ 7 เปอร์เซ็นต์ซะเลย

The tampon book ขายดีถล่มทลาย เกิดเป็นกระแสและการผลักดันให้แก้ไขกฎหมายตามมา

นักการเมืองใช้ช่องโหว่ทางกฎหมายจนเคยตัว ประชาชนจะหาช่องโหว่ทางกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมเพื่อปกป้องสิทธิของตัวเองบ้างจะเป็นอะไรไป จริงไหม

และต้องให้เครดิตแคมเปญนี้ รวมถึงนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิสตรีอีกจำนวนมาก เพราะนับตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2020 เป็นต้นมา เยอรมนีก็ลดภาษีผ้าอนามัยลงเหลือ 7 เปอร์เซ็นต์อย่างที่ควรจะเป็นมานานแล้ว

10The Donald J Trump Presidential Twitter Library

โดนัลด์ ทรัมป์ ถือเป็นนักการเมืองที่ พูดเก่ง เป็นอันดับต้นๆ ของโลก และสื่อที่เขาชื่นชอบที่สุดก็คือทวิตเตอร์ ก่อนที่จะโดนแบนถาวร เราเห็นทั้งทวิตเตอร์ฮาๆ ไปจนถึงทวีตป้ายสีใส่ร้ายนักการเมืองคนอื่น ปลุกปั่น เหยียดเชื้อชาติ และอีกมากมาย

เพื่อซูฮกความกล้าทวีตของอดีตประธานาธิบดีท่านนี้ รายการ The Daily Show เลยสร้างหอสมุดทวิตเตอร์ให้เป็นเกียรติเป็นศรี

ใน The Donald J Trump Presidential Twitter Library คุณจะได้เห็นทวีตปังๆ ของโดนัลด์ ทรัมป์ ที่อ่านแล้วทั้งฮา เศร้า ไปจนถึงอิหยังวะ ซึ่งต่อให้ทรัมป์จะลบไปแล้ว ชาวทวิตฯ ก็ยังแคปทัน

อยากซื้อไอเดียมาทำเป็นหอจดหมายเหตุวลีเด็ดผู้นำประเทศเราบ้าง แต่คงต้องใช้พื้นที่ราวๆ สนามราชมังคลาฯ เพราะประโยคแซ่บเยอะเหลือเกิน

11Boost Your Voice

แคมเปญแถมนี้อาจจะไม่ได้ส่งสารไปยังนักการเมืองโดยตรง แต่ก็เป็นการมีส่วนร่วมและสร้างการเคลื่อนไหวทางการเมือง

นับตั้งแต่การเลือกตั้งปี 2012 บูทเลือกตั้งจำนวนมากถูกถอนออกจากพื้นที่ยากจนและพื้นที่ของชนกลุ่มน้อยในอเมริกา ทำให้การโหวตเป็นไปอย่างยากลำบาก พวกเขาต้องรอหลายชั่วโมงเพื่อที่จะเลือกตั้งในบูทที่แออัดคับแคบ

Boost Mobile แบรนด์โทรคมนาคมกับเอเจนซี 180LA อยากช่วยให้พวกเขาได้เปล่งเสียงของตัวเอง จึงร่วมมือกับรัฐบาลอเมริกา เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการเลือกตั้ง เปลี่ยนร้าน Boost Mobile ในทุกพื้นที่เป็นบูทเลือกตั้ง และก็ได้ผล เมื่อโหวตง่ายคนก็อยากโหวตมากขึ้น จำนวนคนเลือกตั้งจึงพุ่งสูงมากถึง 23 เปอร์เซ็นต์ เป็นเครื่องยืนยันว่า อ้าว! แบรนด์กับเอเจนซีก็มีส่วนร่วมทางการเมืองได้นี่นา

เห็นแคมเปญเหล่านี้แล้วก็อยากเห็นการเคลื่อนไหวจากเอเจนซีโฆษณาในไทย หรืองานครีเอทีฟที่ช่วยกันส่งเสียงให้คนที่อยู่ในสภาได้ฟังเสียงของประชาชนจริงๆ บ้างจัง

อ้างอิง

campaignsoftheworld.com

loveandlobby.com

rafaelrizuto.work

thedrum.com

thejrexpress.com

ที่มา นริศพงศ์ รักวัฒนานนท์