ผุดอ่างขางโมเดลโรงเรียนในกำกับของรัฐ

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 14 กุมภาพันธ์ 2561
  • เข้าดู : 32 ครั้ง

คณะกรรมการอิสระฯ ถก โรงเรียนในกำกับของรัฐ ผุด โปรเจค “อ่างขาง” โมเดล บริหารจัดการเองแบบอิสระทั้งงานวิชาการ งบประมาณ และงานบุคคล ในโรงเรียนพื้นที่ 5 แห่งที่ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่

วันนี้ (13 ก.พ.) ศ.นพ.จรัส สุวรรณเวลา ประธานคณะกรรมการอิสระเพื่อปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กอปศ.ว่า ที่ประชุมได้หารือถึงการดำเนินโครงการโรงเรียนในกำกับของรัฐ ซึ่งจากการลงพื้นที่สำรวจความคิดเห็นในเรื่องดังกล่าวพบว่า เสียงส่วนใหญ่สนับสนุนให้มีการทำโรงเรียนในกำกับของรัฐ และมองว่าการพัฒนาคุณภาพการศึกษาไม่ควรจะทำในรูปแบบเดียวแต่ควรจะดำเนินการให้มีความหลากหลาย เพื่อให้เกิดผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม โดยการเป็นโรงเรียนในกำกับของรัฐนั้นจะมีความอิสระทางวิชาการ งบประมาณ และงานบุคคล ดังนั้นที่ประชุม กอปศ.จึงมีข้อเสนอให้มีการนำร่องโรงเรียนในกำกับของรัฐ โดยจะเริ่มในโรงเรียนที่ยังไม่พร้อมมีปัญหาในเรื่องคุณภาพการศึกษาและอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่โรงเรียน 5 แห่ง ตั้งอยู่บนดอยอ่างข่าง อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ แต่การดำเนินการนั้นเราก็ต้องมาศึกษาว่าจะมีข้อบังคับในการทำอย่างไรได้บ้าง

นางเรียม สิงห์ทร ครูโรงเรียนบ้านขอบด้ง (ดอยอ่างขาง) จ.เชียงใหม่ ครูรางวัลสมเด็จเจ้าฟ้ามหาจักรี กล่าวว่า สำหรับกรอบการพัฒนาการสร้าง อ่างขาง โมเดลนั้น ประกอบด้วย การบริหารงานวิชาการ โดยการปรับปรุงหลักสูตรให้สอดคล้องกับพื้นที่ เช่น สร้างหลักสูตรโดยทีมวิชาการบนพื้นที่สูง มีการทำวิจัย กำหนดกรอบเนื้อหาหลักสูตรท้องถิ่นของแต่ละโรงเรียน กำหนดเกณฑ์วัดและประเมินผล เน้นเนื้อหาการอ่านออกเขียนภาษาไทยได้ เน้นการพัฒนาอาชีพ และยกเลิกการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) การบริหารงานบุคคล ให้ผู้บริหารสามารถเลือกครูให้สอดคล้องกับความต้องการของโรงเรียน รวมถึงสนับสนุนเจ้าหน้าที่ธุรการ การบริหารงบประมาณ ซึ่งจะมีการยกเลิกค่าใช้จ่ายแบบรายหัวแต่จะเป็นการจัดสรรงบประมาณตามความยากลำบากในแต่ละพื้นที่ซึ่งจะมีกลไกในการคัดกรองอย่างทั่วถึง เพื่อลดความเหลื่อมล้ำระหว่างเด็กชุมชนเมืองและชายขอบ ส่วนการบริหารงานทั่วไปจะลดภาระงานที่ซ้ำซ้อนนอกเหนือจากงานสอน

ด้าน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ เลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) กล่าวว่า สำหรับการนำร่องในโรงเรียนพื้นที่ดอยอ่างขางนั้นจะไม่ยึดรูปแบบเดียวทั้งประเทศ แต่รูปแบบของที่นี้คือการทำในโรงเรียนพื้นที่ห่างไกลแบบเครือข่ายโรงเรียนใกล้เคียงกัน ส่วนโรงเรียนที่มีความพร้อมดีๆก็จะทำในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งจะเน้นโอกาสกับคุณภาพของผู้เรียนเป็นหลัก โดยจะดำเนินการภายใต้หลักกฎหมายที่เรามีอยู่ไม่ต้องไปแก้ไขกฎระเบียบอื่นๆให้ใหญ่โต

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/627136

ร่วมแสดงความคิดเห็น