สพฐ.ประชุม ผอ.เขตพื้นที่รูปแบบใหม่

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 14 กุมภาพันธ์ 2561
  • เข้าดู : 30 ครั้ง

บุญรักษ์ ปฏิวัติรูปแบบประชุม ผอ.เขตพื้นที่ คุยน้อย ลงพื้นที่ดูสภาพจริง กำหนดเป้าหมายยกระดับการศึกษา จ่ายงบฯแลกเป้าขอได้ทั้งปี

วันนี้(13 ก.พ.) ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) กล่าวถึงนโยบายการประชุมผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา (สพท.)ของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า ที่ผ่านมา สพฐ.จะจัดประชุม ผอ.สพท.ประมาณ 1-2 เดือนครั้ง แต่ตนต้องการให้ ผอ.สพท.มีเวลาทำงานในพื้นที่เต็มที่มากขึ้น ปี 2561 จึงกำหนดจัดการประชุมใหม่เป็น 3 เดือนครั้ง ซึ่งได้จัดการประชุมครั้งแรกไปแล้วที่จังหวัดนครราชสีมา โดยตนได้เน้นให้ใช้เวลาประชุมในห้องประชุมไม่มาก แต่ให้แบ่งกลุ่มลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโรงเรียน เป็น 21 สาย เพื่อไปดูหน้างานแล้วนำปัญหากลับมาประชุมหารือ เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน โดยประเด็นที่วางไว้ คือ ภาพรวมของโรงเรียน การบริหารจัดการสอดคล้องกับนโยบายของสพฐ.หรือไม่ โรงเรียนมีจุดเด่นอะไร และการดำเนินงานตามนโยบายของกระทรวงหรือรัฐบาล ติดปัญหาอุปสรรคอะไรหรือไม่ ต้องการรับการสนับสนุนอะไรบ้าง เป็นต้น โดยหลังจากประชุมแล้วก็ให้กลับไปดำเนินการในพื้นที่ หลังจากนั้นอีก 3 เดือนก็มาติดตามผลกันในการประชุมครั้งต่อไปว่า แก้ปัญหาอะไรสำเร็จบ้าง

การทำงานของผมจะสวนทางกับในอดีต คือ ผมจะฟังความคิดเห็นจากผู้ปฏิบัติข้างล่างขึ้นมา เพราะที่ผ่านมาเมื่อสั่งการลงไปแล้ว เราไม่รู้ว่าห้องเรียนมีความพร้อมหรือไม่ เขตพื้นที่ฯมีความพร้อมหรือไม่ ต้องให้การสนับสนุนอะไรอีกบ้าง ทั้งเรื่องคนและงบประมาณ จึงจำเป็นต้องรับฟังเพื่อทราบปัญหาก่อน อย่างไรก็ตามขณะนี้ สพฐ.ได้ตั้งงบฯไว้หลายร้อยล้านบาท รอเพียงให้โรงเรียน และ เขตพื้นที่ฯมีเป้าหมายและวิธีการว่า จะยกคุณภาพการศึกษากันอย่างไร แล้วเสนอมาของบฯจาก สพฐ. เป็นงบฯแลกเป้า ดร.บุญรักษ์กล่าวและว่า สิ่งที่ สพฐ.กระตุ้นอยู่เสมอ คือ ถ้าเขตพื้นที่ฯ พบปัญหา ก็ต้องหาวิธีแก้ไขปัญหา ซึ่งอาจใช้วิธีการประชุมระดมสมองครูในโรงเรียนก็ได้ ทั้งนี้ งบฯสามารถขอได้ทั้งปี ซึ่งสพฐ.เตรียมงบฯไว้แล้ว แต่จะไม่จัดงบฯลงไปทีเดียว แต่จะให้สามารถจัดได้และขอได้ทั้งปี เพราะเราต้องการให้โรงเรียน คิดเอง ทำเอง เน้นสื่อมือทำที่สอดคล้องกับพื้นที่ จะไม่เน้นสื่อจากส่วนกลาง เว้นแต่ที่เป็นสื่อสากลที่จะต้องใช้.

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/627152

ร่วมแสดงความคิดเห็น