สพฐ.จ่อเพิ่มเขตพื้นที่มัธยมศึกษาเป็นจังหวัดละเขต

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 14 กุมภาพันธ์ 2561
  • เข้าดู : 26 ครั้ง

บุญรักษ์ ตั้ง ณรงค์ นั่งหัวโต๊ะศึกษาข้อมูลแยกเขตพื้นที่มัธยมฯ หวังเพิ่มประสิทธิภาพบริหารงานในพื้นที่

วันนี้(14ก.พ.)ดร.บุญรักษ์ ยอดเพชร เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่ง มี นายณรงค์ แผ้วพลสง รองเลขาธิการ กพฐ.เป็นประธาน เพื่อศึกษาเรื่องการแยกเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเพิ่มจากปัจจุบันที่มีอยู่ 42 เขต ซึ่งคณะทำงานได้ทำการศึกษาและเก็บข้อมูลมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง สพฐ.จึงได้สอบถามไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา(สพม.)ด้วยว่า จังหวัดใดมีความจำเป็นควรแยกเขตพื้นที่มัธยมออกมาเป็นของจังหวัดตัวเอง ก็มีหลายเขตที่มีเหตุผล ซึ่ง สพฐ.ได้รวบรวมข้อมูลไว้แล้ว โดยเหตุผลและความจำเป็นหลัก เช่น การคมนาคมและบุคลากร ที่มองว่าเป็นปัญหา เพราะหลาย สพม.ครอบคลุม 2-3 จังหวัด การแต่งตั้งโยกย้ายต้องนำข้อมูลเข้าคณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด(กศจ.) ทำให้เกิดปัญหาการบริหารงานล่าช้า เพราะหลายครั้งที่ กศจ.หลายจังหวัดจัดประชุมพร้อมกัน ซึ่งผอ.สพม.ไม่สามารถเข้าประชุมพร้อมกันทุกจังหวัดได้ ดังนั้นถ้าจะเร่งเรื่องคุณภาพ ก็ควรจะปลดภาระที่ไม่จำเป็นของเขตพื้นที่กับโรงเรียนออกไป โดยเฉพาะเรื่องของการเดินทาง เป็นต้น ทั้งนี้ตนได้กำชับให้คณะทำงานเร่งศึกษาข้อมูลให้เร็วที่สุดภายใน 30 วัน

ตอนแรกตั้งเป้าว่าจะให้มีจังหวัดละ 1 สพม. แต่ก็มีประเด็นว่าบางจังหวัดอาจมีปริมาณงานน้อยมาก เช่น จังหวัดภูเก็ต ที่มีโรงเรียนมัธยมศึกษาแค่ 4 โรง เป็นต้น แต่ทั้งนี้ก็ต้องฟังความเห็นจากเขตพื้นที่ โรงเรียน และสมาคมผู้บริหารโรงเรียนมัธยมศึกษาแห่งประเทศไทย (ส.บ.ม.ท.)ก่อนว่า ปริมาณงานกับความจำเป็นในเรื่องการบริหารควรเป็นอย่างไร เพราะนโยบายของรมว.ศึกษาธิการไม่ได้กำหนดว่า จะต้องมีกี่ สพม. บอกแต่ว่าให้สามารถทำงานได้ โดยไม่เพิ่มคนและงบประมาณ นอกจากนี้หากมี สพม.จังหวัดละเขต ยังทำให้การเรียกชื่อ สพม.ง่ายขึ้นด้วย โดยจะเป็น สพม.ต่อท้ายด้วยจังหวัด ต่างจากปัจจุบันที่ต่อท้ายด้วยตัวเลข ซึ่งคนทั่วไปจะไม่ทราบว่า เลขนั้น ๆ ครอบคลุมจังหวัดใดบ้าง เลขาธิการกพฐ.กล่าวและว่า ทั้งนี้ สพฐ.จะรวบรวมข้อมูลที่ศึกษาเสนอต่อสภาการศึกษาให้พิจารณาและเสนอแนะไปยัง รมว.ศึกษาธิการ ต่อไป

 

 

ที่มา : https://www.dailynews.co.th/education/627335

ร่วมแสดงความคิดเห็น