คู่รักต่างสไตล์ แต่ลงตัวได้ในแบบของ จอร์จ จิ๋วจิ๋ว

  • หมวดหมู่ : ไลฟ์สไตล์ วันที่ : 14 กุมภาพันธ์ 2561
  • เข้าดู : 11 ครั้ง

แฟนติดเกมส์ รักระยะไกล แพ้ความห่าง คนละสายงาน สิ่งเหล่านี้ดูจะไม่ใช่อะไรที่เป็นปัญหาระหว่างคู่รักคู่นี้ เมื่อคนทั้งคู่เข้าอกเข้าใจกันทุกอย่างก็ลงล็อก ต้อนรับวาเลนไทน์ด้วยเรื่องราวน่ารักปนฮาของ จิ๋วจิ๋ว สิปโปทัย ฉันทะสิริวัฒน์ และ ปรีดิ์โรจน์ เกษมสานต์ หรือ จอร์จวีอาโซ ที่เรารู้จักกัน

อัพเดทงานทั้งคู่ก่อนว่าตอนนี้ทำอะไรอยู่บ้าง
จิ๋ว : จิ๋วทำยูทูป ทำเกี่ยวกับความสวยความงามการแต่งหน้า ดูแลตัวเอง แล้วก็ถ่ายละครเรื่องดวงใจในไฟหนาวกับทางช่อง 3
จอร์จ : ทำงานในช่องของตัวเองครับ กำลังจะมีรายการใหม่ชื่อ อลังการงานช้างเกี่ยวกับการทำอาหารแล้วก็เที่ยวพร้อมกันราวปลายเดือนกุมภาพันธ์นี้คงได้ชมกัน

รู้จักกันได้อย่างไร แล้วใช้วิธีการพัฒนาความสัมพันธ์อย่างไร
จอร์จ : ถ้าตอบพร้อมกันแล้วตอบไม่ตรงล่ะ (ฮา) เจอกันในงานวันเกิดเพื่อนของเพื่อนของเพื่อนอีกทีหนึ่ง รู้สึกว่าจะเป็นที่ร้านวีซ่าหรือยังไงนี่หละ คือเราเป็นคนเที่ยวไม่เป็นเหมือนกัน แล้วต้องไปตรงนั้นเหมือนกัน กินน้ำเปล่าเหมือนกัน ประโยคแรกที่ทักไปน่าจะเป็นประมาณว่าแบบ นั่นน้ำเปล่าใช่ไหม
จิ๋ว : ใช่ค่ะ
จอร์จ : คือตอนนั้นมันมืดมาก แล้วเราก็ทักด้วยความใสซื่อของเรา ใสเหมือนน้ำที่ถือเลย (ฮา) คือเราอยากจะหาพวก นานๆ ถึงจะเจอคนกินแค่น้ำเปล่าในผับ

จีบกันยังไงแล้วจุดไหนคือสิ่งที่ตัดสินเลยคนๆ นี้ต้องมาเป็นแฟนเรา
จอร์จ : มันเป็นแบบโซเชี่ยล รีเลชั่นชิพคาบเกี่ยวระหว่างยุคเอ็มเอสเอน ไฮไฟว์ แล้วก็เฟสบุค ก็หลายปีมาแล้ว ก็แอดกันทักทายแล้วก็คุยกันมาเรื่อยๆ
ของจริงกับคนในฝันต่างกันอย่างไร
จิ๋ว : จริงๆ แล้วจิ๋วไม่ได้มีสเป็คนะ เป็นคนวางตัวเรื่องนี้สบายๆ มาตลอดด้วยซ้ำ ไม่ได้ตั้งไว้ว่าต้องรูปร่างหน้าตาแบบนี้ เรียนจบที่นี่ ไม่ได้ตั้งไว้เลย กับจอร์จเราคุยกันทุกวัน แล้วตอนแรกๆ เราอยู่กันคนละจังหวัดเลยด้วยซ้ำ จิ๋วเรียนที่ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ส่วนจอร์จอยู่กรุงเทพฯ
จอร์จ : ดังนั้นความมันส์ไม่ใช่ตอนเริ่มครับ แต่มันเป็นตอนที่คบกันจนหมดโปรไปแล้ว ขอนแก่นเหมือนอยู่ปากซอย ทะเลาะกันปุ๊บ สี่ร้อยสี่สิบกิโลเมตร ถ้ารถทัวร์นครชัยขับหกชั่วโมง จอร์จขับสี่ชั่วโมง (ฮา) ไปบ่อยมาก
จิ๋ว : แต่จิ๋วเป็นคนที่ไม่ค่อยงอนนะ แต่เราจะเป็นคนที่ถ้าทะเลาะจะไม่อยากคุยแล้ว แต่ฝั่งจอร์จเค้าเป็นคนที่จะต้องเคลียร์จอร์จ : ผมก็จะไวกว่าประกันนิดนึง รีบเคลมก่อน รู้เลยว่าแอลพีจีมันจะประหยัดกว่า (ฮา)

ตั้งเป้าหมายในชีวิตไว้อย่างไร
จิ๋ว : ตอนนี้ก็คงเป็นซื้อบ้านให้แม่ คือตลอดมาเลย แม่ไม่เคยขออะไรเราว่าต้องเรียนอะไร ต้องทำอาชีพอะไร แต่อันนี้มันเป็นสิ่งๆ หนึ่งซึ่งเรารู้ว่าแม่อยากได้ ก็เลยอยากทำให้ก่อนที่เราจะไปมีครอบครัว หรือไปทำอะไรต่อไปในอนาคต ก็เลยทำแต่งาน เพื่อที่จะเก็บเงินซื้อบ้าน
จอร์จ : ถ้าตอบติดตลกก็คงจะตอบว่า รวย เอาแค่นี้แหละ แต่ความจริงแล้วผมก็ไม่ได้รู้สึกว่าเงินมันเป็นปัจจัยที่หนึ่งของชีวิต ผมให้ความสำคัญกับบริษัทเป็นเหมือนชีวิตเรา บริษัทรับทราบโปรดักซ์ชัน คือผมถือคติว่า ความสำเร็จไม่ใช่ความรวยของเรา แต่ถ้าเพื่อนเรารวยนั่นหมายความว่าเราประสบความสำเร็จ

แต่ถ้าบริษัทเดียวกัน เพื่อนรวย นั่นหมายความว่าคุณก็ต้องรวยด้วยสิ
จอร์จ : มันจะเป็นออโตเมติกทันทีเลยครับ (ฮา) แต่คำว่าประสบความสำเร็จนั่นวัดจากเรา ไม่ว่าเพื่อน ครอบครัว จิ๋ว หรือว่าคนใกล้ตัว อยู่ในจุดที่ไม่จำเป็นต้องลังเลในการใช้ชีวิตอะไรมาก แบบพอมีเวลาก็บินไปเที่ยวที่โน่นที่นั่นอะไรบ้าง หรือพอเวลาเข้าร้านอาหารก็ไม่ต้องลังเลว่าเฮ้ยจานนี้แพง อยากกิน อยากทำ ก็ลุยเลย

มีวิธีการสนับสนุนการทำตามฝันของคู่ของคุณอย่างไรบ้าง
จอร์จ : จอร์จว่าจอร์จเป็นผู้ชายที่รู้เรื่องคอสเมติกเยอมากเลยนะ (ฮา) อย่างหนึ่งที่เราเป็น คือเราจะไม่ค่อยเบรกเรื่องการช็อปปิ้ง เพราะเรารู้ว่า ฮอบบี้มันจะกลายเป็นฮอปบี้ที่ประเสริฐเลิศหรูมากเลยถ้ามันได้เงิน ฉะนั้นจิ๋วจะซื้อเครื่องสำอางอะไรเท่าไหร่ จอร์จจะไม่ค่อยเบรกเลย เพราะรู้ว่าเดี๋ยวสิ่งๆ นั้นมันจะสัมพันธ์กับงานที่เค้าทำ คือด้วยอาชีพ ถ้าเราไม่ได้เชี่ยวชาญจริงๆ มันก็อยู่ยาก เราต้องรู้เร็วกว่าคนอื่น รู้เยอะกว่าคนอื่นเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้ตัวเอง ซึ่งเรื่องนี้เราก็มองมันเป็นการลงทุนด้วยเหมือนกัน

จิ๋ว : ถ้าเป็นเรื่องนี้จิ๋วมองที่ความสบายใจ ก็จะให้กำลังใจมากกว่า คือจิ๋วรู้ว่าภายในบริษัทเนี่ย จอร์จเค้าจะชอบทำงานกับเพื่อนมากๆ รักเพื่อนมาก จิ๋วก็จะพยายามทำให้เค้าสบายใจ ปฏิบัติกับจอร์จยังไงก็จะปฏิบัติกับเพื่อนจอร์จอย่างนั้น งานที่ดีจะมาจากอารมณ์ที่ดี แล้วการที่จะให้เค้าอารมณ์ดี มันก็มาจากตัวเราด้วย เราก็จะพยายามให้เค้ามีสมาธิที่ดีในการทำงาน และมีอารมณ์ที่ดีในการทำงาน

จอร์จ : ผมว่ามันสำคัญสุดๆ เลยนะ ช่วยนั่นช่วยนี่ก็ยังสู้กำลังใจที่ดีไม่ได้ ไม่ใช่สิ ต้อง เรียกว่าเข้าใจมากกว่า ยกตัวอย่างเช่น นักรบคนหนึ่งมีเมียที่รักเค้ามาก เวลาที่จะไปรบเมียก็ร้องไห้เสียใจ กับนักรบอีกคนที่มีเมียที่รักชาติมาก เข้าใจสิ่งที่ผัวตัวเองทำ ไอ้นักรบคนที่สองนี่มันลงสนามได้แบบเต็มที่เลยนะ มันลงไปบ้าคลั่งได้เลย ลุยงานได้เต็มที่
จิ๋ว : สิ่งที่เราสองคนเหมือนกันก็คือ เวลาที่ใครคนหนึ่งมีปัญหาแล้วมานั่งคุยกัน เราจะสามารถเข้าใจปัญหาของอีกฝ่ายได้ง่าย จอร์จ : แต่การที่จะเข้าใจกันแบบนี้ได้มันต้องอยู่กันมาแบบยาวๆ ก่อนถึงจะสามารถปลดล็อกสกิลนี้ได้
จิ๋ว : ใช่ เพราะบางทีการคบกันมาแค่ปีหรือสองปีมันอาจจะยังไม่เกิดปัญหาหรือสถานการณ์ที่ใหญ่มากพอที่จะทำให้เราเข้าใจเค้าได้หมด แต่นี่เราคบกันมาแปดปีกว่าจะเก้าปีแล้ว มันเจออะไรมาด้วยกันเยอะ เปลี่ยนงานบ้าง ปัญหาครอบครัวบ้าง ปัญหาสุขภาพบ้าง มันเลยแทบจะทุกรูปแบบแล้ว

Passion ของทั้งคู่คืออะไร
จอร์จ : ช่องครับ บริษัท งาน
จิ๋ว : ก็เหมือนกันค่ะ ก็อยู่ในส่วนงานของจิ๋ว ด้วยความที่เครื่องสำอางมันหลากหลายมากและตลาดมันก็โตเร็วมาก ถ้าเราไม่ทำสักอาทิตย์หรือสองอาทิตย์มันก็ทำให้เราล้าหลังได้เลย เราเลยต้องอัพเดทและทำมันตลอด

ความเหมือนและความต่างของการใช้ชีวิตของทั้งคู่
จอร์จ : ทั้งสองฝ่ายจะมีความแตกต่างกันข้อนข้างเยอะ อย่างของจิ๋วจะมีเป็นอีเวนท์ๆๆ ละครๆ อีเวนท์ มันก็จะมีความยุ่งยากในแบบของมัน ของจอร์จไลฟ์เกมส์ ทำช่อง มันก็ยุ่งยากในอีกแบบ แต่นอกเหนือจากเวลางานเราก็อยากอยู่กับแฟนเรา
อะไรคือปัญหาที่หนักที่สุดสำหรับการใช้ชีวิตคู่ แล้วแก้ไขและผ่านจุดนั้นมาได้อย่างไร
จอร์จ : จอร์จติดเกมส์ฮะ(ฮา) เพราะว่าตอนกลางวันเราก็ออกไปทำงาน กลางคืนเราก็เล่นเกมส์ ไลฟ์เกมส์ เราก็มองว่ามันเป็นงาน ดังนั้นแทนที่วันหนึ่งเราจะทำงานแปดชั่วโมง แต่พอรวมแล้วกลายเป็นว่าเราทำงาน สิบสี่ชั่วโมง เทียบกับจิ๋วแล้วที่สมมติจิ๋วมีสิบอีเวน์ อีเวน์ละสามชั่วโมง มันก็อยู่ในเวลางานไง ดังนั้นสิ่งที่เป็นปัญหาใหญ่คือ จอร์จติดเกมส์ (ฮา)
จิ๋ว : ดูเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ แต่เกิดขึ้นกับคู่รักเยอะมากเลยนะ
จอร์จ : โอ้ยมันเป็นปัญหาโลกแตก
จิ๋ว : จริงๆ ไม่ใช่ว่าเราไม่เคยแก้ปัญหากันเลยนะ สองสามปีแรกเราทะเลาะกันเรื่องนี้บ่อยมาก และทะเลาะแรงด้วย จิ๋วก็เลยตัดสินใจ เล่นเกมส์ด้วยซะเลย (ฮา)
จอร์จ : คือผมติดเกมส์มากครับ

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับตัวเองหลังจากที่มีเขาเข้ามาในชีวิต
จอร์จ : เป็นคำถามที่ง่ายกับคนอื่น แต่ผมรู้สึกว่ายากกับตัวผมมากเลยครับ เพราะผมคบกับจิ๋วมานานมาก และผมเมื่อตอนแปดเก้าปีที่แล้วกับตอนนี้ก็เปลี่ยนไปเยอะมาก แต่มันมีหลายสรรพสิ่งมากๆ ที่ทำให้เราเปลี่ยนไป ด้วยทั้งวัย เวลา หรือว่าจิ๋วเองด้วย
จิ๋ว : จิ๋วว่าจิ๋วก็เปลี่ยนไปเยอะเลยเหมือนกัน เราคบกันตอนปีสี่ยังเรียนไม่จบเลย แล้วในช่วงที่คบ เรามีทำงาน เปลี่ยนงาน เจออะไรหลายอย่างมากๆ ที่ทำให้เราโตขึ้นและเปลี่ยนไป

ความรักส่งผลดีอย่างไร
จอร์จ : มันทำให้ผมเป็นมนุษย์คนนึงได้ มันทำให้มนุษย์ต่างจากสัตว์ชนิดอื่นๆ และมันทำให้เรามีทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้ ถ้าไม่มีความรักหรือคนที่รัก เราเองก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปเพื่ออะไร

จิ๋ว : จิ๋วก็รู้สึกแบบนั้น เพราะทุกสิ่งที่ทำในตอนนี้ หน้าที่ การงาน ทุกสิ่ง มันเกิดจากความรักล้วนๆ หรือไม่ว่าการแสดงออกกับพ่อแม่ กับแฟน มันก็เกิดจากที่เรารักเค้าแล้วเราอยากให้เค้ามีความสุข

ขอฟังข้อดีของแฟนคุณสามข้อ
จิ๋ว : จอร์จเป็นคนกินอร่อย พาไปกินอะไรอร่อยๆ ตลอดแล้วมันทำให้เรามีความสุข มันทำให้ชีวิตคู่เราราบรื่น
จอร์จ : ไอ้เราก็ฟังประโยคแรกแล้วหลงตัวเองไปเสี้ยววินาที (ฮา) ส่วนผมมองว่าจิ๋วเป็นคนแข็งแกร่ง สามารถจัดการกับอารมณ์ด้านลบได้เก่ง
จิ๋ว : จอร์จเป็นคนตรงทำให้จิ๋วสบายใจ คือเค้าเป็นคนดี จริงใจกับเพื่อน กับงาน กับครอบครัว
จอร์จ : จริงๆ จะตอบว่าจิ๋วเป็นคนดี แต่มันจะดูก็อปปี้และจะเสียศักศรีเรา (ฮา) ที่ผมชอบนะอาจจะเป็นเรื่องเล็กแต่จิ๋วไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องหาร้านอาหารแบบที่คนอื่นชอบล้อกัน แบบกินไรดี กินอะไรก็ได้ ข้าวมันไก่ไหม อ้วนอะไม่เอา ชาบูไหม เบื่อ แล้วจะกินไร กินอะไรก็ได้ คือจิ๋วไม่เป็นแบบนี้ เค้าง่ายๆ เรื่องนี้
จิ๋ว : จอร์จเค้าเป็นคนที่พยายามทำให้ทุกคนรอบตัวของเค้าอารมณ์ดี ไม่ว่าตัวจิ๋วเอง พ่อ แม่ หรือเพื่อนรอบข้าง คือมันดีจริงๆ นะมันเป็นพลังงานด้านบวกที่ส่งต่อออกมาให้เรา ส่งต่อไปในงาน ทำให้โลกดูสดใจ
จอร์จ : จิ๋วเป็นคนที่เข้าใจผมในมุมที่คนอื่นไม่เข้าใจ เขาเข้าใจในเชิงสัญชาตญานหรือสัตัวตนเราจริงๆ เลยว่าเราคิดหรือเราเจอเหตุการณ์แบบนี้แล้วจะรู้สึกอย่างไร ซึ่งเราอเมซิ่งมากเพราะแม่เราบางทีก็ไม่ได้เข้าใจเราลึกถึงขนาดนี้

Passion ของแต่ละคนส่งผลกระทบกับความสัมพันธ์บ้างมั้ย
จอร์จ : ก็นิดหนึ่งนะ ด้วยความว่าด้วยอาชีพเราคล้ายๆ กัน แต่คอนเทนท์มันไปคนละด้านคนละแบบ Passion มันเลยไม่เป็นเหมือนโลโก้ช่องเจ็ด ไม่ได้ผสมกลมเกลียว ไม่ได้มีส่วนทับซ้อนกัน แต่เราแบ่งเวลาได้ เลยไม่มีอะไร
มองภายนอกเราอาจจะคิดว่าทั้งสองจะเหมือนกับคู่รักวัยรุ่นทั่วๆ ไป สนุกสนานกับความหอมหวานของช่วงวัยรุ่นของพวกเขา แต่ถ้าหากคุณได้อ่านจนจบแล้วจริงๆ คุณจะรู้ได้เลยว่า พวกเขาทั้งสองได้ผ่านประสบการณ์มากมายจริงๆ ตัวจอร์จนั้นหล่อด้วยความคิด จิ๋วจิ๋วสวยด้วยทัศนคติ (และหน้าตา) ตลอดระยะเวลาที่พวกเขาคบกันมา ทั้งสองคอยเสริมสร้างกันและกันอยู่เสมอ ทั้งในเรื่องความฝัน ที่มีอีกฝ่ายให้การสนับสนุน คอยช่วยเหลือ เข้าใจ ใส่ใจ และให้ความรัก มันยิ่งทำให้รักครั้งนี้ลงล็อก กลายเป็นรักที่ยืนยาวและมั่นคง

ที่มา FWD

ร่วมแสดงความคิดเห็น