ตลาดหุ้นไทยปิดภาคเช้าปรับตัวเพิ่มขึ้น

การแถลงของว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯมี นโยบายที่ใช้หาเสียงหลายๆตัวมีการนำมาใช้จริง แต่ยังขาดแผนกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ชัดเจน ทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกเปลี่ยนแปลงไม่มาก

วันนี้(12ม.ค. 60) ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ภาคเช้าวันนี้ปิดที่ระดับ 1,575.59จุด เพิ่มขึ้น 2.66 จุด( +0.17 %) มูลค่าการซื้อขาย 65,411.82ล้านบาท ทำจุดสูงสุดที่ระดับ 1,581.35 จุด และจุดต่ำสุดที่ระดับ 1,572.91 จุด

นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด มองว่าการแถลงข่าวของว่าที่ประธานาธิบดี ในฐานะประธานาธิบดีสหรัฐฯเป็นครั้งแรก ในคืนที่ผ่านมา นโยบายที่ใช้หาเสียงหลายๆตัวมีการนำมาใช้จริง เช่น นโยบายที่เกี่ยวข้องกับบริษัทยา (ราคายา) นโยบายสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสหรัฐฯตั้งโรงงานในประเทศ และการตอบโต้การค้ากับคู่ค้า(จีน) ซึ่งนโยบายหลังนี้มีผลต่อประเทศอื่น ตามที่เคยเป็นกังวลกัน แต่ตลาดหุ้นสหรัฐฯ-ยุโรป-futures ของตลาดหุ้นเอเซีย เปลี่ยนแปลงไม่มาก

ส่วนการที่เงินดอลล่าร์อ่อนค่าลง น่าจะมาจาก นโยบายที่เกี่ยวกับแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของสหรัฐฯเองยังไม่ชัดเจน รวมทั้งราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (ไม่รวมน้ำมันและทองคำ) สินค้าในกลุ่มวัตถุดิบยังได้ปัจจัยบวกจากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกที่ขยายตัว และการลดกำลังการผลิตของจีน ขณะที่สินค้าเกษตร ที่เกี่ยวข้องกับหุ้นไทยโดย คือ ยางพาราและปาล์ม ยังได้อานิสงค์จากน้ำท่วมในภาคใต้ของไทย

ทั้งนี้ SET Index ยังเกาะจุดสูงสุดเดิมที่ 1575 มาหลายวัน หากหลุดจากจุดนี้ไป ก็จะเป็นจุดเปลี่ยนของตลาดได้ โดยเป็นได้ทั้งบวกและลบ

ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่

IRPC มูลค่าการซื้อขาย 1,696,005.37 ล้านบาท ปิดที่ 5.40 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท

TASCO มูลค่าการซื้อขาย 1,045,380.65 ล้านบาท ปิดที่ 23.60 บาท เพิ่มขึ้น 0.20 บาท

CPALL มูลค่าการซื้อขาย 882,452.72 ล้านบาท ปิดที่ 61.25 บาท ลดลง 0.25 บาท

WHA มูลค่าการซื้อขาย 770,172.12 ล้านบาท ปิดที่ 3.18 บาท เพิ่มขึ้น 0.12 บาท

IVL มูลค่าการซื้อขาย 763,163.38 ล้านบาท ปิดที่ 36.00 บาท ลดลง 0.25 บาท

ที่มา TNN24 ช่อง 16

ร่วมแสดงความคิดเห็น