คาด เม.ย.นี้ได้ตัว ศธภ.-รอง ศธภ.

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 11 มกราคม 2560
  • เข้าดู : 38 ครั้ง

ปลัด ศธ. แจง เดินหน้ารองรับคำสั่ง ม.44 เรื่องการบริหารงานบุคคลของ ศธ. เตรียมหารือ ก.พ. สรรหาผู้ทรงคุณวุฒิใน อ.ก.พ.ศธ. ส่วนการสรรหา ศธภ.และ รองศธภ. รวม 24 ตำแหน่ง คาดได้ตัวภายในเดือนเมษายนนี้

วันนี้ (11 ม.ค.) ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยว่า ตามที่หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) อาศัยอำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 เรื่องการแก้ไขปัญหาการบริหารงานบุคคลของกระทรวงศึกษาธิการ โดยกำหนดให้มี อ.ก.พ.กระทรวงเพียงคณะเดียว และให้มีการเกลี่ยอัตรากำลังใน ศธ.เพื่อกำหนดตำแหน่งและแต่งตั้งเป็นศึกษาธิการภาค (ศธภ.) และ รอง ศธภ.เพื่อให้การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาและการบริหารของ ศธ.เกิดประสิทธิภาพ นั้น สิ่งที่ ศธ.ต้องดำเนินการหลังจากนี้จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ การรวม อ.ก.พ.ทั้ง 5 คณะขององค์กรหลักเป็น อ.ก.พ.กระทรวงเพียงคณะเดียว ซึ่ง ศธ.จะต้องไปทำความตกลงกับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เกี่ยวกับรายละเอียดของการสรรหากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิด้านการบริหารทรัพยากรบุคคล ด้านการบริหารและการจัดการและด้านกฎหมายจำนวนไม่เกินสามคน และกรรมการที่แต่งตั้งจากข้าราชการพลเรือนที่ดำรงตำแหน่งประเภท บริหารระดับสูงใน ศธ.จำนวนไม่เกินห้าคน เนื่องจากสัดส่วนและคุณสมบัติของ อ.ก.พ.กระทรวงศึกษาธิการไม่เหมือนกับกระทรวงอื่น

นอกจากนี้จะสอบถามไปยังทุกองค์กรหลัก ว่า มีเรื่องใดที่อยู่ระหว่างการดำเนินการของ อ.ก.พ.ทั้ง 5 คณะ เพื่อ อ.ก.พ.กระทรวงชุดใหม่จะได้สานต่อ รวมทั้งจะสอบถามด้วยว่ามีการตั้งคณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ หรือคณะทำงานใดก่อนหน้านี้หรือไม่ ในเรื่องใดบ้าง จะได้แจ้งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไป เพื่อไม่ให้เกิดสุญญากาศในการทำงาน ทั้งนี้ ในวาระเริ่มแรก อ.ก.พ.กระทรวงชุดใหม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที ระหว่างนี้ให้ดำเนินการหารือ ก.พ.และเร่งสรรหากรรมการให้ครบองค์ประกอบภายใน 90 วัน ปลัด ศธ.กล่าว

ดร.ชัยพฤกษ์ กล่าวต่อไปว่า ส่วนการให้มี ศธภ. จำนวน 12 ตำแหน่ง และมีรอง ศธภ. 12 ตำแหน่ง นั้น เรื่องนี้ถือเป็นเรื่องใหญ่เพราะเป็นการเพิ่มตำแหน่งระดับ 10 และ 9 ขึ้นมาจำนวนถึง 24 ตำแหน่ง โดย ศธ.จะต้องไปเกลี่ยอัตรากำลังภายใน ซึ่งเรื่องนี้ได้มีการหารือกับองค์กรหลักในเบื้องต้นแล้ว โดยจะมีการเกลี่ยอัตราจากทั้ง 5 องค์กรหลัก จำนวนกว่า 50 อัตรา แบ่งเป็นข้าราชการพลเรือน 25 อัตรา และข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาอีกกว่า 30 อัตรา ซึ่งทุกอัตราจะเป็นตำแหน่งว่างที่ไม่มีคนครองอยู่ ทั้งนี้ จะมีการพิจารณาเรื่องนี้อีกครั้งในวันที่ 18 ม.ค.นี้ จากนั้นจะนำเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ภายในเดือน ม.ค.นี้เพื่อตัดโอนอัตรา และเสนอไปยัง ก.พ.เพื่อขอกำหนดตำแหน่งต่อไป ซึ่งคาดว่า ก.พ.น่าจะเห็นชอบกำหนดตำแหน่งได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้ ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ อ.ก.พ.กระทรวงน่าจะครบองค์ประกอบและมีการตั้งคณะอนุกรรมการสรรหาเพื่อทำหน้าที่สรรหาบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่ง ทั้งนี้คาดว่าน่าจะสรรหาผู้ที่จะมาดำรงตำแหน่ง ศธภ.และรอง ศธภ.ทั้ง 24 ตำแหน่งได้ภายในเดือนเมษายนนี้

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า คำสั่งดังกล่าวจึงออกมาเพื่อทำให้การทำงานง่ายขึ้น และการบริหารงานก็คล่องตัวขึ้น เพราะคำสั่ง ม.44 ที่ออกมาก่อนหน้านี้ให้ผู้ตรวจราชการ ศธ.ปฏิบัติหน้าที่ศึกษาธิการภาค แต่ผู้ตรวจฯทุกคนก็มีภาระมากอยู่แล้ว จึงจำเป็นต้องให้คนมาดูงานศึกษาธิการภาคเต็มตัว เพราะฉะนั้นคำสั่งนี้ไม่ได้ออกมาเพื่อหักใคร แต่เพื่อให้การปฏิรูปการศึกษามีผลในทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตามยอมรับว่าต้องมีคนบ่น เพราะไม่ว่าอะไรก็คงไม่ถูกใจใครทั้ง 100% แต่ก็ต้องทำเพื่อให้การทำงานคล่องตัวขึ้น และไม่ได้เป็นการใช้อำนาจในทางที่ผิด.

 

ที่มา http://www.dailynews.co.th/education/548225

ร่วมแสดงความคิดเห็น