กทค.ให้ค่ายมือถือออกโปรคิดค่าโทร.วินาทีกับแบบเดิม อย่างละครึ่งทดลอง 6 เดือน

กทค.ปรับมติ คิดค่าโทร.ตามจริง ให้โอเปอเรเตอร์ออกแพกเกจคิดค่าบริการแบบเดิมและแบบวินาทีอย่างละครึ่งเพื่อให้ผู้บริโภคทดลองใช้ 6 เดือน หวังฟังความต้องการของผู้บริโภคอย่างแท้จริง ด้าน 'สารี อ่องสมหวัง' ขู่ งานนี้มีฟ้องแน่

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) กล่าวว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) เมื่อวันที่ 11ม.ค. 2560มีมติทบทวนวิธีคิดอัตราการคิดค่าบริการโทรศัพท์ จากที่เคยมีมติคณะกรรมการกทค.เมื่อครั้งที่ 10/2559โดยให้เพิ่มเติมการคิดค่าบริการโทรศัพท์มือถือเพิ่มเติมเป็นนาทีเข้าไปในมติเดิม จากเดิมที่มีมติไปในครั้งนั้นว่าให้มีการคิดอัตราค่าบริการทุกโปรโมชั่นเป็นวินาทีเท่านั้นโดยหลังจากออกเป็นมติบอร์ดแล้วจะมีคำสั่งทางปกครองไปถึงผู้ให้บริการทุกรายต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือจะต้องกำหนดแพกเกจโปรโมชั่นที่คิดค่าโทร.ตามจริงเป็นวินาทีไม่น้อยกว่า50% และมีโปรโมชั่นคิดค่าโทร.ตามจริงเป็นนาที 50 % ของโปรโมชั่นทั้งหมดที่มีอยู่ในตลาดในสัดส่วนเท่านั้น เพราะหลังจากที่สำนักงาน กสทช.ได้ลงพื้นที่พบว่า ผู้ประกอบการมีการออกโปรโมชั่นแบบวินาทีเพียงแค่ 5% ของโปรโมชั่นที่มีอยู่ เพื่อเป็นทางเลือกให้กับประชาชน

การกำหนดแพกเกจตามมติให้ผู้ให้บริการโทรศัพท์จะต้องดำเนินการทันทีเมื่อมีคำสั่งทางปกครอง นอกจากนี้จะให้มีการกำหนดเวลาในการประเมินผลการใช้แนวทางดังกล่าวประมาณ 6เดือน โดยจะพิจารณาว่าหลังจากมีการปรับแพกเกจตามมติที่เพิ่มเติมแล้วประชาชนมีการใช้งานอย่างไรเพื่อนำความเห็นของประชาชนมาปรับปรุงการคิดอัตราค่าบริการในอนาคต

'กทค.ขอให้ทบทวนมติที่เคยออกไปก่อนหน้านี้ เพื่อเป็นทางเลือกให้แก่ประชาชนโดยหลังจากนี้จะยกร่างคำสั่งและบังคับใช้ออกไป แต่ทั้งนี้การคิดอัตราค่าโทร.นั้นกสทช.มีการกำหนดอัตราขั้นสูงไว้ว่าต้องไม่เกินกว่า0.68 บาทต่อนาที ซึ่งจากที่สำรวจพบว่าโปรโมชั่นปัจจุบันเฉลี่ยที่ 0.40 บาท อย่างไรก็ดี สำนักงานกสทช.จะปล่อยให้กลไกตลาดเป็นตัวเองของมันเอง และพิจารณาดูความเหมาะสมว่าสุดท้ายแล้วประชาชนชื่นชอบแบบใด'

นอกจากนี้ที่ประชุมมีแผนการเปิดประมูลเลขหมายสวยอีก 200 เลขหมายกำหนดวันประมูลที่ 18-19 มีนาคมนี้ ที่สำนักงานกสทช.โดยเริ่ม 7ตัวเหมือนมี 50 เลขหมายเริ่มต้น 3 ล้านบาท ,6 ตัวเหมือนมี 150 เลขหมาย เริ่มต้น 5 แสนบาท ส่วนความคืบหน้าการพิจารณาเก็บเงินบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด (ดีพีซี)ที่อยู่ในมาตรการเยียวยาการใช้คลื่นความถี่ 1800 MHz นั้น ยอมรับว่าการคำนวณเงินของคณะกรรมการ พิจารณาและกทค.มีตัวเลขที่ต่างกันในแง่เงินรายได้ และการแบ่งเงินให้กับ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ดังนั้น มติที่ประชุมให้ส่งผลการพิจารณาของคณะกรรมการและกทค.ไปยังสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) และกระทรวงการคลังเพื่อขอความเห็น เมื่อได้ความเห็นอย่างไรมา ก็นำกลับมาให้คณะกรรมการพิจารณา ภายใน 30 วัน แต่ถ้ายังไม่ได้ข้อสรุป กทค.จะเป็นคนฟันธงคิดอัตราค่ารายได้เอง

ที่ประชุม กทค. ยังได้มีมติให้เรียกเก็บเงินจาก บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอสในเรื่องการนำเงินส่งเป็นรายได้แผ่นดินในการใช้คลื่นความถี่ย่าน 900 MHzในช่วงมาตรการเยียวยา โดยลงมติให้เรียกเก็บเงินจากเอไอเอสจำนวน 7,221 ล้านบาทซึ่งรวมค่าเช่าโครงข่ายของบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และจะพิจารณาแบ่งให้แก่ทีโอที โดยการเก็บเงินพิจารณาระยะเวลาตั้งแต่ ต.ค. 2558 ถึงวัน 30 มิ.ย. 2559ทั้งนี้จะส่งคำสั่งทางปกครองแจ้งไปยังเอไอเอสอย่างเป็นทางการภายใน 1-2 วันนี้ ซึ่งหากเอไอเอสไม่เห็นด้วยก็สามารถยื่นอุทธรณ์คำสั่งได้ภายใน 30วันหรือมีสิทธิยื่นฟ้องร้องคำสั่งต่อศาลปกครองได้ต่อไป

***ตัวแทนผู้บริโภคจ่อฟ้อง

ทันทีที่มติที่ประชุมกทค.ออกมาเกี่ยวกับเรื่องการคิดค่าโทร.ทำให้นางสาวสารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ส่งอีเมล์ถึงสื่อมวลชนทันทีโดยมีเนื้อหาว่า ผู้บริโภคมีมติฟ้องเอาเงินคืนด้วยการฟ้องคดีแบบกลุ่มโดยเร็วที่สุด ประกาศไม่ยอมรับการแก้มติกสทช. เนื่องจาก กสทช. ถอยกรูดให้บริษัททำโปรวินาทีเพียง 50% ทั้งที่เดิมมีมติเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559 กำหนดไว้ ให้คิดอัตราค่าบริการตามการใช้งานจริงเป็นวินาทีทุกรายการส่งเสริมการขาย และจะขยายจากAIS และ TRUEเป็นการเปลี่ยนผ่านไปสู่การคิดค่าบริการตามการใช้งานจริงในย่านความถี่อื่นต่อไป ซึ่งมติ กทค. เมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2559เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อผู้บริโภคจากสองบริษัทมากกว่า 18,032.70 ล้านบาท ในระยะเวลา 7 เดือน

ที่มา Manager Online

ร่วมแสดงความคิดเห็น