ผู้นำทีวีดิจิทัลเดินหน้าลงทุน ขึ้นค่าโฆษณา

อุตสาหกรรมโฆษณาและทีวีดิจิทัล ปี2560 มีสัญญาณฟื้นตัวตั้งแต่ปลายปีเดือน ธ.ค. หลังชะลอตัวในเดือน ต.ค.-พ.ย. แนวโน้มปีนี้มีปัจจัยบวก จากคำสั่ง คสช. ประกาศใช้มาตรา 44 ขยายเวลาจ่ายค่าใบอนุญาตทีวีดิจิทัล การสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่งสัญญาณผ่านดาวเทียมตามกฎมัสต์แครี่ รวมไปถึงนโยบายต่างๆ ที่ภาครัฐออกมากระตุ้นเศรษฐกิจ และการผ่อนคลายของสถานการณ์บ้านเมือง

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าภาพรวมเศรษฐกิจและกำลังซื้อปีนี้มีแนวโน้มเติบโตดีกว่าปีก่อน เชื่อว่าเจ้าของสินค้าและแบรนด์จะกลับมาใช้งบทำการตลาดและโฆษณามากขึ้น โดยการดำเนินงานของอาร์เอสปีนี้ โฟกัสที่ทีวีดิจิทัล "ช่อง8"และธุรกิจสุขภาพและความงาม "ไลฟ์สตาร์

ปีนี้วางแผนลงทุนคอนเทนท์ ช่อง 8 ราว 700 ล้านบาท ปัจจุบันมี 3 คอนเทนท์แม่เหล็ก คือ ละคร ข่าว และกีฬามวย ที่มีเรทติ้งผู้นำ ล่าสุดได้ซื้อลิขสิทธิ์ซีรีส์ฟอร์มยักษ์จากอินเดีย ซึ่งใช้งบลงทุนสร้างกว่า 1,500 ล้านบาท เรื่อง "สีดาราม ศึกรักมหาลงกา" มาออกอากาศทุกวันจันทร์ถึงพฤหัสบดี เวลา 19.20 น. เริ่มวันจันทร์ที่ 23 ม.ค.นี้ เพื่อขยายฐานผู้ชมที่นิยมซีรีส์ต่างประเทศ เช่นเดียวกับปีก่อนที่นำเสนอซีรีส์เกาหลี

"เรายังใช้จุดแข็งของช่อง 8 คือ ละครเป็นอาวุธสำคัญช่วยสร้างการรับรู้และจดจำให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างต่อไป ขณะเดียวกันได้พัฒนากีฬามวยและข่าวต่อเนื่อง โดยมีเรทติ้งอยู่ในกลุ่มผู้นำทั้งรายการคุยข่าวเช้าและ8 แม็กซ์ มวยไทย"

ปี60หวังรายได้3.5พันล้าน

นายสุรชัย กล่าวอีกว่าปีนี้ อาร์เอสตั้งเป้ารายได้ 3,500 ล้านบาท มาจากธุรกิจสื่อ 75% ธุรกิจสุขภาพและความงาม 15% ธุรกิจเพลง 5% และอื่นๆ 5% ในกลุ่มธุรกิจสื่อรวมรายได้ 2,713 ล้านบาท ช่อง 8 ทำรายได้สูงสุดที่ 1,945 ล้านบาท ที่เหลือมาจากวิทยุ คูล 93 และช่องทีวีดาวเทียม 3 ช่อง

ปีที่ผ่านมาช่อง 8 มีเรทติ้ง 0.52 ติดอันดับท็อปไฟว์ช่องทีวีดิจิทัล มีผู้ชมเฉลี่ย 3.5 แสนรายต่อนาที ปีนี้วางเป้าหมายเพิ่มเรทติ้งอยู่ที่ 0.83 หรือมีจำนวนผู้ชม 5 แสนรายต่อนาที

"เป้าหมายรายได้ช่อง 8 เกือบ 2 พันล้านบาทในปีนี้ เติบโตใกล้เคียงกับปีก่อน รายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากการปรับราคาโฆษณาเพิ่มขึ้น 35-40% ตั้งแต่ ม.ค.นี้ สอดรับกับเรทติ้งที่เพิ่มขึ้น"

ปัจจุบันเม็ดเงินโฆษณาส่วนใหญ่ยังกระจุกตัวอยู่ที่ 5 ช่องแรกที่ครองเรทติ้งสูงสุด โดยมีส่วนแบ่งการตลาดเม็ดเงินโฆษณาทีวีราว 60-70% เชื่อว่าภาพรวมโฆษณาฟื้นตัวปีนี้ "ทีวี"ยังเป็นสื่อหลักที่จะได้รับเม็ดเงินโฆษณาสูงสุด เนื่องจากเข้าถึงครัวเรือนไทยทั่วประเทศ ปัจจุบัน ช่อง 8 สามารถขายโฆษณาล่วงหน้าได้แล้ว 50% ของเป้าหมายรายได้ปีนี้ หรือมีมูลค่าราว 900 ล้านบาท

"ธุรกิจทีวีดิจิทัลปีนี้ยังอยู่ในภาวะแข่งขันรุนแรง มาตรการขยายเวลาจ่ายค่าใบอนุญาต ได้เข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระของผู้ประกอบการ แต่การชนะในเกมหรือไม่ อยู่ที่แผนธุรกิจของแต่ละรายหลังจากนี้"

'เวิร์คพอยท์'ขึ้นโฆษณาปี60

นายชลากรณ์ ปัญญาโฉม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานดิจิทัลทีวี บริษัทเวิร์คพอยท์ เอ็นเทอร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่าการดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัล ช่วงไตรมาส4 ปีก่อน ได้เสริมผังรายการใหม่กลุ่มวาไรตี้ ที่เป็นจุดแข็งของช่อง, ฟอร์แมทรายการจากเกาหลี 2 รายการ คือ The Mask Singer หน้ากากนักร้อง และ Let Me In 2 ศัลยกรรมพลิกชีวิต และละคร พบว่าสิ้นปี 2559 มีเรทติ้งเป็นไปตามเป้าหมายที่ระดับ 1.2-1.3 ครองอันดับ 3 ฟรีทีวี

ปัจจุบันผู้ชมมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เฉลี่ยที่ 7 แสนคนต่อนาที จึงปรับราคาโฆษณาเพิ่มขึ้นจากเฉลี่ยนาทีละ 50,000 บาท เป็น 55,000 บาท ในเดือน ม.ค.2560 หรือปรับขึ้นเฉลี่ย 20% ปีนี้วางเป้าหมายรายได้ทีวีดิจิทัลปีนี้อยู่ที่ 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 2,100-2,200 ล้านบาทปีก่อน ปัจจุบันได้ขายโฆษณาล่วงหน้าไปแล้ว 50% ส่วนที่เหลือหากเรทติ้งเพิ่มขึ้น มีโอกาสปรับขึ้นราคาโฆษณาเพื่อเพิ่มรายได้อีกครั้ง สิ้นปีนี้วางเป้าหมายเรทติ้งระดับ 1.5

ธุรกิจทีวีดิจิทัลแข่งขันสูงโดยเฉพาะกลุ่มท็อป5 ทั้งช่องฟรีทีวีเดิมและทีวีดิจิทัลช่องใหม่ มีการลงทุนคอนเทนท์เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ปีนี้เวิร์คพอยท์ วางแผนใช้งบลงทุนรายการราว 600-700 ล้านบาท โดยจะปรับเปลี่ยนรายการที่มีเรทติ้งต่ำกว่า 1 ในช่วงนอน ไพรม์ไทม์ รวมทั้งปรับเปลี่ยนรายการหลังจากจบซีซัน

"มองว่าอุตสาหกรรมโฆษณาปีนี้ มีโอกาสฟื้นตัว หลังจากปี2559 ติดลบ จากการชะลอใช้งบโฆษณาช่วงไตรมาสสุดท้าย ปกติโฆษณาจะขยายตัวในอัตราเดียวกับจีดีพี"

'โมโน'ส่งซีรีส์ไทยเจาะแมส

นายนวมินทร์ ประสพเนตร กรรมการผู้จัดการ บริษัทโมโน บรอดคาทซ์ จำกัด ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล ช่องโมโน29 เปิดเผยว่าธุรกิจทีวีดิจิทัลปี 2559 ทำรายได้ตามเป้าหมาย เติบโตจากปี2558ที่มีรายได้600ล้านบาท "เท่าตัว" และเรทติ้งเพิ่มขึ้นต่อเนื่องช่วงสิ้นปีอยู่ที่ 0.9

ปีนี้ใช้งบลงทุนคอนเทนท์ทั้งซื้อลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ ซีรีส์ กีฬา ต่างประเทศ และผลิตรายการเองรวม 700ล้านบาทเท่ากับปีก่อน เน้นลงทุนผลิตคอนเทนท์ "ซีรีส์ไทย" รวม 8-10เรื่อง ออกอากาศช่วงไพรม์ไทม์ จันทร์-อังคาร เวลา 20.30-21.30น. เริ่มวันที่ 9 ม.ค.ที่ผ่านมา เรื่อง "ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เดอะซีรีส์ มุ่งเจาะผู้ชมกลุ่มแมสทั่วประเทศ โดยเฉพาะต่างจังหวัด หลังจากช่วง 3 ปีของการออกอากาศทีวีดิจิทัล สามารถเข้าถึงผู้ชมในกรุงเทพฯ และหัวเมือง ด้วยคอนเทนท์ภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศ

สำหรับคอนเทนท์กลุ่มภาพยนตร์และซีรีส์ต่างประเทศ ซึ่งเป็น "จุดแข็ง" ของช่องโมโน ปีนี้นำเสนอ ภาพยนตร์กว่า1,000 เรื่อง และซีรีส์กว่า 1,000 ชั่วโมง จากพันธมิตรสตูดิโอชื่อดัง เช่น วอเนอร์ บราเธอร์ส ,วอลท์ ดิสนีย์, ยูนิเวอร์แซล ,พาราเม้าท์ ,โซนี่ ,ซีบีเอส, มิราแม็กซ์ โดยปีนี้เพิ่มโปรแกรมหนัง "เมกะ มูวี่ส์" ซึ่งเป็นหนังภาคต่อ ที่ใช้เงินลงทุนและทำรายได้สูง มาออกอากาศทุกเดือน เดือนละ 12 เรื่อง พร้อมรับประกันเรทติ้งระดับ2ให้ผู้ลงโฆษณา

นอกจากนี้ ยังมีผังกีฬา ด้วยการจัดแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลอาชีพ TBL,TBSL และการแข่งมวยไทยระดับโลก "ท็อปคิง เวิลด์ ซีรีส์" รวมทั้งการจัดอีเวนท์ทั้งด้านบันเทิงและกีฬา เช่น ไตรกีฬา การแข่งขันวิ่งมาราธอน มหกรรมคอนเสิร์ตทุกภูมิภาค

ดันรายได้ปีนี้โต"เท่าตัว"

นายนวมินทร์ กล่าวว่า จากแนวโน้มผู้ชมเพิ่มขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา และการนำเสนอผังรายการใหม่ปีนี้ คาดว่าช่องโมโนจะมีผู้ชมเพิ่มขึ้นต่อเนื่องโดยเฉพาะกลุ่มแมส ล่าสุดต้นปีนี้ได้ปรับขึ้นราคาโฆษณาในช่วงไพร์มไทม์ เวลา 18.00-22.00 น. เพิ่มขึ้น 40-50% โดยราคาโฆษณาอยู่ที่ 1.2 แสนบาทต่อนาที

ช่องโมโนวางเป้าหมายรายได้ปีนี้เพิ่มขึ้น "เท่าตัว" หรือมีมูลค่าราว 2,400 ล้านบาท ถือเป็นผลประกอบการทำกำไรปีแรก ขณะที่ปีก่อนทำรายได้ราว 1,200 ล้านบาท อยู่ในภาวะคุ้มทุน หลังดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัลครบ 3 ปี

"การทำธุรกิจทีวีดิจิทัล ไม่ได้คาดหวังว่าจะทำกำไรปีไหน แต่การทำธุรกิจต้องการเห็นกำไรเร็วที่สุด เชื่อว่าปีนี้ที่เข้าสู่ปีที่4 ช่องโมโน จะสามารถทำกำไรได้"

ที่มา กรุงเทพธุรกิจออนไลน์ - Business News

ร่วมแสดงความคิดเห็น