ปล่อยผีรถตู้เถื่อน...สร้างระเบิดเวลาเคลื่อนที่ " ต้นทุนชีวิตคนไทยแสนถูก"

การจัดระเบียบรถตู้ของรัฐบาล คสช.ให้เข้าใช้สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ ทั้ง 3 แห่ง (สถานีขนส่งจตุจักร, สายใต้ (ปิ่นเกล้า), เอกมัย) เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2559 เป็นมาตรการเข้มข้นเด็ดขาด เพราะนอกจากเป็นการจัดระเบียบแล้ว ยังทลายมาเฟีย อิทธิพล และปราบปรามยาเสพติด จัดการทางเท้าคืนให้คนเดินถนน อนุสาวรีย์โล่งตามเป้าหมาย พร้อมติดตามตรวจสอบการให้บริการ โดยมีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ทำหน้าที่ตรวจจับปรับคนขับรถตู้โดยสารสาธารณะที่ไม่ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมาย

แต่การจัดระเบียบเกิดกระแสอีกด้านว่าทำให้ประชาชนไม่ได้รับความสะดวกเหมือนเดิม ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายเพิ่ม ส่วนผู้ประกอบการ/คนขับรถตู้ ต้องประสบกับการขาดทุน เพราะเที่ยววิ่งและคนลดลง …เหตุเพราะการเดินทางเข้าสถานีขนส่งไม่สะดวก ผู้โดยสารก็เปลี่ยนไปใช้บริการอื่นแทน

แต่แล้ว วันที่ 2 ม.ค. 2560 รถตู้โดยสาร สายจันทบุรี-กรุงเทพฯ ได้เกิดอุบัติเหตุ พุ่งข้ามเกาะไปชนกับรถปิกอัพจนมีผู้เสียชีวิต 25 ราย อุบัติเหตุนี้ร้ายแรงมาก …การสอบสวนเบื้องต้นพบว่าคนขับรถตู้ไม่มีสารเสพติด.แต่ขับมาด้วยความเร็วและเกิดหลับใน ..เนื่องจากมีการเร่งทำรอบเที่ยววิ่งในช่วงเทศกาลปีใหม่

ช่วงเทศกาลรัฐบาลและหน่วยงานทุกภาคส่วนรณรงค์ทุกเทศกาลให้ระมัดระวังในการเดินทาง คนขับรถสาธารณะแอลกอฮอล์ต้องเป็นศูนย์ ตั้งจุดตรวจจุดพัก มาตรการเข้มข้นมากทุกปี แต่อุบัติเหตุก็เพิ่มและหนักขึ้นทุกปี ซึ่งปีใหม่นี้ อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ระบุว่า เป็นห่วงเรื่องขับรถเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนดมาก เพราะสถิติ อุบัติเหตุตีคู่มากับ เมาแล้วขับ ปีใหม่นี้ห่วงว่าจะแซง แล้วก็เป็นจริง…

ถามว่ารถตู้โดยสารเกิดขึ้นได้อย่างไร ข้อมูลทางวิศวกรด้านรถยนต์ระบุว่า รถตู้ต้นแบบประเทศญี่ปุ่นใช้เป็นรถตู้บรรทุกของ จะปิดทึบหมด แต่ไทยดัดแปลง ติดช่องกระจกด้านข้างและด้านหลัง แถมติดเก้าอี้ที่นั่งมาบรรทุกคน …ต่อมามีการนำมาวิ่งรับผู้โดยสาร (รถตู้เถื่อน) วิ่งไปทั่วทับเส้นทางรถเมล์ใน กทม. และเส้นทางรถ บขส. รถระหว่าง กทม.-ต่างจังหวัด ซึ่งได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว เพราะ 15 ที่นั่ง เต็มออก…ไม่ต้องรอนานเหมือนรถโดยสารใหญ่

งานนี้กลุ่มผู้ประกอบการรถร่วม บขส.ที่มี เจ๊เกียว…สุจินดา เชิดชัย เป็นนายกสมาคมผู้ประกอบรถยนต์โดยสารได้รับผลกระทบหนัก ขาดทุนยับ โดยเฉพาะเส้นทางสายสั้น ไม่เกิน 300 กม. ผู้โดยสารหันไปใช้รถตู้หมด เพราะรวดเร็ว ทันใจ ไม่ต้องรอนาน ขึ้นตรงไหน…ลงตรงไหนขอให้บอก จอดได้ตามใจ

นอกจากไม่ได้รับการดูแลในฐานะที่รถร่วม บขส.ผู้ได้รับสัมปทานจาก บขส.อย่างถูกต้องแล้ว รัฐบาล อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในขณะนั้น มี โสภณ ซารัมย์ เป็น รมว.คมนาคม จากพรรคภูมิใจไทย เดินหน้าผลักดันรถตู้เถื่อน ผิดกฎหมาย ให้กลายร่างเป็นรถถูกกฎหมาย โดยรับจดทะเบียน และจัดเส้นทางวิ่งให้เรียบร้อยช่วงปี 2552

ทำไมถึงเกิดการอนุญาตสิ่งที่ไม่ควร ไม่ถูกต้องให้ถูกต้อง เบื้องลึกเบื้องหลัง …ว่ากันว่ารถตู้ 5,000- 6,000 คันที่จะเข้ามานั้นต้องเสียค่าใช้จ่ายคันละ 4 แสนบาท เงินไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาทนี้จะเข้ากระเป๋าใครบ้าง.. แต่ที่แน่ๆ ยืนยันชัดว่าไม่ได้เข้าหน่วยงานรัฐ

เมื่อรถโดยสาร ขนาด 12 เมตร ที่ได้สัมปทานจาก บขส.ขาดทุน ธุรกิจไปไม่รอด บขส.เสนอกระทรวงคมนาคมให้แปลงรถใหญ่ 1 คัน เป็นรถตู้โดยสาร 3 คัน …ว่ากันว่ารอบนี้ก็มีค่าใช้จ่ายอีก…

ผู้ประกอบการรถร่วม บขส.ทยอยเปลี่ยนรถใหญ่ เป็นรถตู้โดยสารเพื่ออยู่รอด …มาวันนี้ จะยกเลิกรถตู้อีก!!!

ถามว่า ถ้าครั้งนั้นไม่อนุญาตรถตู้เถื่อนให้เป็นรถที่ถูกกฎหมาย และเดินหน้าปราบปรามกันจริงๆ. หลายปีต่อมาจนถึงวันนี้ก็คงไม่เกิดปัญหา ไม่มีอุบัติเหตุร้ายแรงที่คร่าชีวิตประชาชนคนไทยอย่างน่าสยดสยอง แล้ววันนี้ ..พวกที่อนุญาตกลับเงียบ ไม่รู้ร้อนรู้หนาว หรือคิดจะรับผิดชอบกันบ้างเลยหรือ

เมื่อรถตู้ออกแบบเป็นรถบรรทุก ความแข็งแรงของโครงสร้างจึงไม่ได้รองรับกับการใช้บรรทุกคน และยิ่งนำมาติดตั้งเก้าอี้กับพื้นรถที่ไม่ได้ออกแบบมาเพื่อรับกับการยึดเก้าอี้ ทุกครั้งที่เกิดอุบัติเหตุ เก้าอี้จะหลุดออกจากที่ยึดทุกครั้ง …ก่อนหน้านี้ คณะอนุกรรมาธิการคมนาคมได้เคยมีความพยายามพิจารณาเพื่อปรับปรุงเพิ่มความแข็งแรง เก้าอี้ โครงสร้างตัวถังรถตู้ให้เหมาะสมกับการโดยสารสาธารณะ แต่! เรื่องเงียบหาย…ว่ากันว่าเพราะผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย …ไม่ต้องการเพิ่มต้นทุนในการผลิตรถ …

ทำไม! คนไทยจึงมีต้นทุนชีวิตถูกแสนถูก

อุบัติเหตุ รถตู้ชนปิกอัพ จุดประเด็นให้ภาครัฐเอาจริงและแก้ที่ต้นเหตุจริงๆ ของปัญหามากขึ้น โดยยกเลิกรถตู้โดยสารสาธารณะ และปรับไปเป็นรถไมโครบัส ขนาด 20 ที่นั่งขึ้นไปแทน เพราะเหมาะสมสำหรับการวิ่งระยะทางไกล เรื่องนี้ปลุกกระแสตื่นตัวให้กับอุตสาหกรรมต่อรถโดยสารในประเทศอย่างมาก แต่คงไม่สามารถเปลี่ยนได้ในชั่วพริบตา เพราะแชสซีส์รถโดยสารต้องสั่งซื้อ จากนั้นคือการต่อตัวถังและโครงสร้างรถขนาด 9-10 เมตร รวม 2 ขั้นตอนนี้ไม่น้อยกว่า 6 เดือน ถ้าจะเร่งให้เร็ว มีทางเดียวซื้อจากจีน

ขณะที่การบริหารจัดการ เปลี่ยนผ่าน ผู้ประกอบการถือทะเบียนรถตู้ไปเป็นรถไมโครบัส สัดส่วน … กับจำนวนรถไมโครบัส กับความต้องการ หรือจำนวนผู้โดยสาร ทุกอย่างต้องสัมพันธ์ สอดคล้องกัน เป็นโจทย์ที่กรมการขนส่งฯ ต้องศึกษาให้รอบคอบ เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำซ้อนอีก

จากสถิติ กรมการขนส่ง วันที่ 1 มกราคม 2560 จำนวนรถตู้โดยสารสาธารณะรวมทั้งสิ้น 15,522 คัน ได้แก่ รถหมวด 1 (กทม.) จำนวน 5,138 คัน รถหมวด 1 ภูมิภาค จำนวน 43 คัน รถหมวด 2 (กทม.-ต่างจังหวัด ) จำนวน 5,318 คัน รถหมวด 3 จำนวน 2,944 คัน รถหมวด 4 กทม. จำนวน 126 คัน รถหมวด 4 ภูมิภาค จำนวน 1,953 คัน

ระหว่างรอการปรับเปลี่ยน คมนาคม สั่งมาตรการเร่งด่วน ให้กรมการขนส่งฯ เร่งติดตั้ง GPS ควบคุมความเร็วรถตู้ทุกคันภายในวันที่ 31 มีนาคม 2560 และรถทุกคันต้องเข้าสถานีก่อนออกรถ จะมีการตรวจสภาพรถและคนขับโดยเจ้าหน้าที่กรมการขนส่งฯ

การติด GPS ดูข้อมูลได้เรียลไทม์เพื่อป้องกันเรื่องขับรถเร็ว กฎหมายกำหนด 90 กม./ชม. แต่การปฏิบัติ ตรวจจับ …หากไม่เรียลไทม์ด้วย ติด GPS ไปก็ไร้ประโยชน์ เพราะไปตามปรับกันทีหลัง มันจะทันสถานการณ์กันมั้ย

ที่มา Manager Online

ร่วมแสดงความคิดเห็น