ตามรอย " สมเด็จทวด" ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล จาก " มหาดไทย" สู่ " รัฐมนตรี ศธ."

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 10 มกราคม 2560
  • เข้าดู : 63 ครั้ง

เป็น ลูกหม้อ กระทรวงมหาดไทย ที่ข้ามห้วยมารับตำแหน่ง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมาะสมหรือไม่ มติชน จึงถือโอกาสสัมภาษณ์พิเศษเปิดใจ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ถึงแนวนโยบาย และงานขับเคลื่อนการศึกษาที่ได้รับมอบหมาย ภายใต้กรอบเวลา 1 ปี ของรัฐบาล

๐นโยบายในการทำงาน
ที่ผ่านมา ได้ประชุมร่วมกับผู้บริหารองค์กรหลักของ ศธ.ทั้ง 5 แท่ง ทำให้มีความเข้าใจ และความชัดเจนในการทำงาน โดยเฉพาะการขับเคลื่อนงานปฏิรูปโครงสร้าง ศธ.ระดับภูมิภาคใหม่ โดยใช้คณะกรรมการศึกษาธิการจังหวัด (กศจ.) ซึ่งผมอยากเห็น กศจ.เป็นเข็มทิศ นำความสำเร็จมาสู่การปฏิรูปการศึกษา ตามเป้าหมายของ กศจ.ที่เกิดขึ้นตามวัตถุประสงค์นี้ แต่เท่าที่ทราบผลการประเมินการทำงานในช่วง 10 เดือนที่ผ่านมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ ยังทำงานกันคนละอย่างสองอย่าง อาทิ ทุ่มเทกับการบริหารงานบุคคล โยกย้ายครู ผู้บริหารการศึกษา แต่กลับไม่ได้พิจารณาเรื่องคุณภาพ การพัฒนาหลักสูตร ซึ่ง กศจ.ทั้ง 76 จังหวัด รวมทั้ง กรุงเทพมหานคร จะต้องเดินหน้าขับเคลื่อนเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจังในปี 2560
ผมอยากให้ตั้งคณะอนุกรรมการ กศจ.เพื่อมาดูแลด้านต่างๆ ที่สมควร แต่ไม่ใช่ตั้งมากมายหลายคณะจนดูใหญ่เทอะทะ เร็วๆ นี้ ผมจะเชิญผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศมาประชุมรับฟังปัญหา ให้แนวคิด เพื่อให้การทำงานมีความเป็นเอกภาพ กรรมการชุดใดที่ กศจ.ตั้งไว้โดยไม่จำเป็น ก็อาจต้องปรับปรุงให้เกิดความพอดี พอเพียง ผมอยากเห็นคณะอนุกรรมการ กศจ.ด้านภูมิสังคม ด้านภูมิศาสตร์ ด้านการศึกษา ที่เป็นแนวคิดสมัยใหม่ เชื่อมโยงกับการศึกษาต่างประเทศ เอกลักษณ์ของชาติ สอนให้เด็กพูดภาษาไทย และภาษาต่างประเทศให้ชัดเจน ไม่ใช่พูดไทยคำอังกฤษคำ อยากให้เด็กไทย และคนไทย ใช้ภาษาให้ถูกต้อง

ม.ล.ปนัดดา
อยากเห็นการทำงานขับเคลื่อนการศึกษาของ กศจ.เชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาทุกระดับ ตั้งแต่ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษา และระดับอุดมศึกษา หมายถึง กศจ.จะต้องมีตัวแทนที่ทำงานเชื่อมโยงกับสถาบันการศึกษาภายในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นสถาบันการศึกษาเอกชน สถาบันการศึกษาภายใต้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จนถึงสถาบันอุดมศึกษาทั้งภาครัฐ และเอกชน การทำงานควรจะมียุทธศาสตร์ที่สอดคล้องกัน และสอดคล้องกับยุทธศาสตร์การพัฒนาการศึกษาชาติ ซึ่งจะต้องมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
อย่างกรณีของโครงการ 1 อำเภอ 1 ทุน หรือโอดอส ผมอยากให้เรียกว่าทุนเล่าเรียนหลวง ที่ควรต้องเพิ่มสัดส่วนนักเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ด้วย เพราะหากให้สอบแข่งขันกับนักเรียนสายสามัญ ก็อาจจะสู้ไม่ได้ และอยากให้ไปเรียนในประเทศที่ต้องการไปจริงๆ อยากให้เรียนแล้วจบ ไม่ใช่ไปเรียนในประเทศที่ไม่ใช้ภาษาอังกฤษ หรือไปในขณะที่ไม่มีความพร้อมในเรื่องการปรับตัวกับสภาพแวดล้อม หรือยังพูดภาษาของประเทศนั้นๆ ไม่ได้ จะทำให้รู้สึกเคว้งคว้างโดดเดี่ยว สุดท้ายก็เรียนไม่จบ ต้องขอกลับมาเรียนต่อในประเทศไทย โดยผมจะประสานไปยังกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) ช่วยประสานไปยังเอกอัครราชทูตในประเทศต่างๆ ให้ช่วยดูแลนักเรียนทุนโอดอส ในฐานะที่เป็นนักเรียนทุนเล่าเรียนหลวง ทั้งนี้ ผมอยากให้ปรับปรุงโครงการ และเริ่มดำเนินการต่อรุ่นที่ 5 ในปีการศึกษา 2560 นี้

๐เคยเป็นผู้ว่าฯ จะมีผลดีต่อการบริหาร กศจ.หรือไม่
ไม่ได้มองว่าผู้ว่าฯ กับรองผู้ว่าฯ มีความชำนาญทุกเรื่อง แต่ในฐานะที่กระทรวงมหาดไทย (มท.) เป็นหน่วยงานกลางที่ทุกกระทรวง หรือแม้แต่สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) จะพูดตลอดว่าคน มท.เรียนทางกฎหมาย รัฐศาสตร์ สังคมศาสตร์ การปกครอง จึงน่าจะทำหน้าที่เชื่อมโยงให้เกิดความรู้รักสามัคคี ซึ่งการบริหารการศึกษาก็เช่นเดียวกัน อยากให้ผู้ว่าฯ ทำหน้าที่คานอำนาจในเรื่องต่างๆ ไม่ใช่นั่งเป็นบิ๊กบอส แต่ต้องทำหน้าที่คานอำนาจกับศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ที่เป็นรองประธาน ส่วนผู้ว่าฯ เป็นประธาน เพื่อให้การดำเนินการต่างๆ เป็นไปด้วยความรอบคอบ ไม่ใช่ใครจะทำอะไรก็ตามอำเภอใจ

๐มีเสียงวิจารณ์ว่าเอางานการศึกษาไปให้ผู้ว่าฯ ดูแล จะกลายเป็นงานรอง
ไม่อยากให้เป็นอย่างนั้น ดังนั้น ผมจะขอผู้ว่าฯ ทุกคน ให้ทำงานพัฒนาการศึกษาเป็นงานหลัก อยากให้นั่งเป็นประธาน กศจ.ด้วนตนเอง และอยากให้นั่งเป็นประธานการประชุมสำคัญๆ ด้วยตัวเอง หากไม่ว่างจริงๆ ค่อยมอบหมายให้รองผู้ว่าฯ เข้าแทน เพราะว่าการศึกษาคือทิศทางนำประเทศสู่ความเจริญรุ่งเรื่องในอนาคต รวมถึง อยากให้นำประสบการณ์การพัฒนาการศึกษาในแต่ละจังหวัดมาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การจะทำงานการศึกษาให้ประสบความสำเร็จ กรุงเทพฯ จะกระโดดโลดเต้นอยู่คนเดียวไม่ได้ ประเทศไทยต้องช่วยเหลือกัน ศักยภาพพื้นที่ในแต่ละจังหวัดก็ไม่เหมือนกัน ไม่ใช่ทุกจังหวัดที่มีมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงตั้งอยู่ ดังนั้น กลุ่มจังหวัดต่างๆ จะต้องนำเรื่องการศึกษามาเป็นตัวนำในการพัฒนา

๐คิดว่านายกรัฐมนตรีอยากให้มาดูแล กศจ.โดยตรงหรือไม่
น่าจะเป็นส่วนสำคัญ นายกฯ เห็นผมทำงานตั้งแต่เป็นผู้ว่าฯ และรู้ดีว่าผมไม่เคยละทิ้งการลงพื้นที่ไปพบปะประชาชน และไปตรวจเยี่ยมสถานศึกษาเลย แม้กระทั่งในขณะที่เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวมถึง ยังได้มีโอกาสไปบรรยายพิเศษในเรื่องต่างๆ จนได้รับมอบหมายให้มาทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการ ศธ.ซึ่งถือเป็นความภาคภูมิใจ ถือเป็นกระทรวงเกียรติยศ ดีใจที่ได้รับความไว้เนื้อเชื่อใจ

ม.ล.ปนัดดา

๐มีการทาบทามล่วงหน้าหรือไม่
ไม่ทราบเลย การแต่งตั้งโยกย้ายทุกคนจะไม่ทราบล่วงหน้า นายกฯ คงมี และคิดอะไรในใจ

๐กดดันหรือไม่ที่คนแวดวงการศึกษาไม่เชื่อมือ
ผมว่าท้าทาย และโดยข้อเท็จจริง การทำงานในช่วง 1 ปีของรัฐบาลนี้ ตั้งใจว่านอกจากเรื่องการขับเคลื่อนงาน กศจ.แล้ว อยากเข้ามาช่วยรณรงค์เสริมสร้างความรู้รักสามัคคี ตามพระราชดำรัสของในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้เกิดขึ้น จะนำประสบการณ์ที่เคยทำงานในจังหวัดต่างๆ ร่วมกับสถาบันการศึกษามาแทบจะตลอดชีวิต มาประกอบในการทำงาน

๐นอกจาก กศจ.อยากฝากผลงานอะไรไว้ที่ ศธ.
อยากให้ภาพของ กศจ.เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมชัดเจนมากขึ้นก่อน มีคณะอนุกรรมการ กศจ.แต่ละจังหวัดเกิดขึ้น อยากให้ผู้ว่าฯ ทำงานร่วมกับข้าราชการ ศธ.อย่างทุ่มเท เกิดประโยชน์สูงสุดกับการศึกษา ซึ่งถือเป็นวาระสำคัญของชาติ อีกประการคือจะพัฒนาโรงเรียนเฉลิมพระเกียรติ ต่างๆ ให้คงคุณภาพตามแนวพระราชดำริของในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้เป็นความทรงจำของปวงชนชาวไทยที่มีต่อพระองค์ สืบไปตราบชั่วกาลนาน อีกเรื่องที่ได้รับมอบหมายจาก นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการ ศธ.คือการพัฒนากิจกรรมลูกเสือ เท่าที่ดูค่ายลูกเสือในจังหวัดต่างๆ มีความรกร้างว่างเปล่า ซึ่งจะเร่งพัฒนาปรับปรุงเพื่อสืบสานพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 6 และรัชกาลที่ 9 สืบไปตราบชั่วกาลนาน

๐การศึกษาไทยยังมีจุดอ่อนอะไรที่ต้องแก้ไข
อย่างที่เห็น การศึกษาบ้านเรายังมีปัญหาเรื่องความเหลื่อมล้ำ โรงเรียนแต่ละขนาดยังมีคุณภาพที่ต่างกันค่อนข้างมาก ดังนั้น จึงอยากพัฒนาให้ดีขึ้น อย่างน้อยก็ให้มีคุณภาพในระดับที่ใกล้เคียงกัน รวมถึง อยากให้ความสำคัญกับการพัฒนาครู โดยผมอยากรณรงค์ให้ทุกคนไม่ลืมคำว่าครูใหญ่ หรืออาจารย์ใหญ่ แต่ไม่ใช่จะนำมาใช้แทนมาตรฐานตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา เพราะเป็นเรื่องที่กำหนดไว้ในหลักกฎหมาย แต่อยากให้ครู และนักเรียนทุกคน ไม่ลืม 2 คำนี้ เพราะผู้อำนวยการสถานศึกษาเองก็เปรียบเสมือนครู ที่ดูแลครู และนักเรียนทั้งโรงเรียน เป็นการสื่อความหมายที่ลึกซึ้ง อยากให้ดำรงรักษาชื่อนี้อยู่ในความทรงจำ และเป็นเกียรติประวัติ อยู่ในกรอบความคิดของผู้คน เพราะช่วงหลังคนรุ่นใหม่หลงลืมชื่อตำแหน่งครูใหญ่ และอาจารย์ใหญ่ไปแล้ว ซึ่งมีคนสนับสนุนจำนวนมาก เพราะทำให้ดูไม่ห่างเหิน และมีความหมายที่ลึกซึ้ง ส่วนจะรณรงค์ให้นักเรียนกลับมาเรียกชื่อตำแหน่งครูใหญ่ และอาจารย์ใหญ่หรือไม่นั้น ให้ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของแต่ละโรงเรียน แต่อยากให้เด็กรู้สึกว่าผู้อำนวยการสถานศึกษา ก็เป็นครูของนักเรียนด้วยเช่นกัน

๐ส่วนตัวมีความผูกพันกับ ศธ.อย่างไร
สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ ซึ่งเป็นสมเด็จทวดของผม ก่อนหน้าที่จะทรงเป็นปฐมเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ทรงเป็นอธิบดีกรมธรรมการ ยุคนั้นเทียบเท่ารัฐมนตรีว่าการ ศธ.พระองค์ได้ทำงานด้านการศึกษาถวายพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 มีส่วนร่วมในการก่อตั้งโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ซึ่งคือโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยในปัจจุบัน ทรงเป็นผู้อำนวยการในการก่อตั้งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ดังนั้น ย่อมเป็นความภูมิใจที่ได้รับมอบหมายให้มาทำงานที่ ศธ.แม้จะเป็นช่วงเวลาอันสั้น แต่จะตั้งใจทำงาน และเป็นความฝันอันสูงสุด ที่ไม่เคยคาดคิด ที่ผ่านมาในช่วงที่เป็นผู้ว่าฯ ก็ได้ทำงานร่วมกับสถานศึกษามาโดยตลอด เพราะมองว่าการปกครองกับการศึกษาเป็นสิ่งคู่ขนาน แยกออกจากกันไม่ได้ ไม่เช่นนั้นบ้านเมืองก็จะไม่เกิดความร่มเย็นเป็นสุข

ม.ล.ปนัดดา

๐มองว่าการศึกษาไทยเป็นอย่างไร
ภาพรวมผู้บริหาร ศธ.ทุกสมัย ตั้งใจทำงานอยู่แล้ว แต่การเพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลในการเรียนการสอน เป็นเรื่องยากที่ต้องช่วยกันพัฒนา ซึ่งไม่ใช่แต่ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กเท่านั้น แต่จะต้องพัฒนาในหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นหลักธรรมาภิบาล การให้เกียรติอาชีพครู อาจารย์ ว่าเป็นอาชีพแห่งเกียรติยศ ที่คนให้ความเคารพนับถือเช่นเดียวกับในต่างประเทศ การแก้ปัญหาขาดแคลนครู โดยเฉพาะครูสอนภาษาต่างประเทศ ที่ควรจะมีครบทุกโรงเรียน เพื่อให้คุณภาพการศึกษาในโรงเรียนแต่ละระดับมีความใกล้เคียงกัน

๐ช่วง 1 ปีนี้ จะทำในเรื่องใดได้บ้าง
จะใช้ กศจ.และงานที่สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.) ที่ได้รับมอบหมาย เป็นเวที และช่องทางในการพัฒนาการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมามีผู้ว่าฯ หลายแห่งเริ่มโทรเข้ามาปรึกษาหารือถึงปัญหาต่างๆ ในการทำงาน แต่ทั้งหมดต้องหารือกับผู้บริหาร ศธ.เพื่อนำประสบการณ์ไปแชร์กับผู้ว่าฯ จังหวัดต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

๐นายกฯ ขอให้ขับเคลื่อนเรื่องใดเป็นพิเศษ
ในเรื่องหลักๆ นายกฯ บอกว่าผมทำหน้าที่ในขณะที่เป็นปลัดสำนักนายกฯ และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมา จะเห็นว่าไม่เคยทิ้งงานสถานศึกษา และเยาวชนเลย ไปพบปะพูดเรื่องความรู้รักสามัคคีตามพระราชปณิธานของในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งนายกฯ ย้ำให้ทำต่อไป นอกเหนือจากงานที่ นพ.ธีระเกียรติ มอบหมาย

 

 

ที่มา http://www.matichon.co.th/news/421448

ร่วมแสดงความคิดเห็น