เด็กไทยวันนี้!! นักวิชาการจุฬาฯ แฉสถานการณ์เด็กไทยมีปัจจัยเสี่ยง 10 ด้าน " ความรุนแรง-แม่วัยใส-ยาเสพติด"

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 7 มกราคม 2560
  • เข้าดู : 36 ครั้ง

เมื่อวันที่ 6 มกราคม นายสมพงษ์ จิตระดับ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและนวัตกรรมด้านเด็กและเยาวชน คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดเผยว่า จากการติดตาม เฝ้าระวัง ลงภาคสนาม การวิจัย และประมวลข่าวเหตุการณ์สำคัญที่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน พบว่าสถานการณ์ปัจจัยเสี่ยง 10 เรื่อง และสถานการณ์เด่น 10 ด้าน มีดังนี้ ปัจจัยเสี่ยง และผลกระทบด้านลบ 10 เรื่อง คือ 1.ความรุนแรงปรากฎในหมู่เด็กและเยาวชนทุกระดับจนยากแก่การควบคุม และแก้ไขให้ดีขึ้น เด็กอาชีวะตีกัน เด็กแว้น สก๊อย เด็กทำร้ายรุนแรงสาหัส 2.แม่วัยใส เด็กหญิงตั้งครรภ์ในวัยเรียน ปัญหาไม่ลดลง ยังติดอันดับ 2 ของโลกเหมือนเดิม การสอนเพศศึกษาล้มเหลว ล้าสมัย ไม่ทันกับสถานการณ์ที่มีอยู่ 3.ยาเสพติดกลับมาแพร่ระบาดในกลุ่มนักเรียนมากขึ้น กระบวนการสามารถแทรกซึมเข้าไปในโรงเรียน สถานศึกษาได้ ไม่มีใครกล้าขัดขวาง เสี่ยงอันตรายมาก 4.เด็กเรียนรู้แท็บเล็ต เล่นเกม การ์ตูนได้คล่องแคล่วว่องไว ครอบครัวไทยป้อนแท็บเล็ตเด็กอายุ 2-3 ขวบ ไม่ให้ซุกซน มีปรากฎพบเห็นแทบทุกแห่ง 5.เด็กและเยาวชนอยู่กับสังคมก้มหน้า วันละ 7-8 ชั่วโมง ใช้เพื่อพูดคุย เล่นไลน์ เฟสบุ๊ค มากกว่าการเรียนรู้ ศึกษาด้วยตนเอง 6.เด็กและเยาวชนขาดวินัยอย่างรุนแรง 7.เด็กเรียนรู้ไม่มีความสุข เครียด กดดัน นโยบายลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ไม่เกิดขึ้น มีการติวโอเน็ต PISA อย่างเอาเป็นเอาตาย เด็กยังถูกขังในห้องเรียน 200 วันใน 1 ปี 8.ร้านขายเหล้า เบียร์ บุหรี่ รอบสถาบันการศึกษาเพิ่มขึ้นอย่างหน้าตกใจ เกิดนักดื่ม นักสูบหน้าใหม่มากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นหญิง 9.มีเด็กยากจนด้อยโอกาส กลุ่มชาติพันธุ์ เด็กประเทศเพื่อนบ้านเข้าสู่การเป็นเหยื่อ และเครื่องมือทางเพศ ยาเสพติด แรงงานเด็ก ขอทานเด็ก โสเภณีเด็กเพิ่มขึ้นเงียบๆ และ 10.เด็กไทยเกิดน้อยลงแต่ด้อยคุณภาพ

นายสมพงษ์กล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์เด่น 10 ด้าน คือ 1.เด็กและเยาวชนเห็นแบบอย่างเรื่องราวต้นแบบของรัชกาลที่ 9 พร้อมน้อมรับเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ในการดำเนินชีวิต 2.นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญนโยบายด้านการศึกษา คุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนมาก รัฐบาลทุ่มเทเต็มที่แม้จะยังไม่เกิดผลเท่าที่ควร 3.รัฐธรรมนูญฉบับใหม่มีหลายมาตราในด้านการศึกษา เด็กปฐมวัย กองทุนครู และเด็กยากจน
ด้อยโอกาส สนับสนุนครอบครัวมีรายได้น้อย 600 บาทต่อเดือน 4.เด็กกล้าแสดงความคิดเห็น กล้าคิดนอกกรอบ มีเสรีภาพมากขึ้น ผ่าน Social Medias 5.มั่นใจตนเองแบบสากล การก้าวสู่นานาชาติโดดเด่นจำนวนมากขึ้น กีฬา แข่งขันวิชาการโอลิมปิก 6.เป็นกลุ่มเด็กและเยาวชนที่กระตือรือร้นต่อสิ่งแวดล้อม การเมืองประชาธิปไตย จิตอาสา จิตสาธารณะ 7.เด็กหญิงและเด็กชายมีความเท่าเทียมทางเพศมากขึ้น 8.ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ สร้างงาน และผลิตภัณฑ์ด้วยตนเองได้ 9.เป็นกลุ่ม Gen Z ที่แตกต่างจากเด็กกลุ่มเดียวกันทั่วโลก และ 10.เรียนรู้ ตระหนักถึงบทบาทสำคัญของเด็กวัยนี้ต่ออนาคตประเทศชาติ

วันเด็กเราทุ่มเทปรนเปรอให้ความสำคัญมาก แต่วันอื่นๆ เด็กแทบไม่ได้เอาใจใส่ ถูกปล่อยปละละเลยจนค่อนข้างเสี่ยง รัฐบาลต้องมีตัวแทนของเสียงเด็กและเยาวชนมากขึ้น ฟังเสียงเด็กเป็นแล้วจะรู้ว่าเด็กและเยาวชนไทยมีศักยภาพสูงในทุกด้าน ทุกกิจกรรม ไม่แพ้เด็กใครในโลก และภูมิภาคนี้ นายสมพงษ์กล่าว

 

 

ที่มา http://www.matichon.co.th/news/418603

ร่วมแสดงความคิดเห็น