ครม.อนุมัติการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทน รมว.ศธ.

  • หมวดหมู่ : การศึกษา วันที่ : 4 มกราคม 2560
  • เข้าดู : 108 ครั้ง

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันพุธที่ 4 มกราคม 2560 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ อนุมัติการแต่งตั้งผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ และประเด็นอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติเป็นหลักการมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในกรณีที่ไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ หรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ตามลำดับ ตามที่กระทรวงศึกษาธิการเสนอ ดังนี้

  1. พลเอก สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์
    2. หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้หารือในประเด็นต่าง ๆ ซึ่งมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ ดังนี้

  • สถานการณ์อุทกภัยซึ่งเกิดขึ้นหลายจังหวัดในพื้นที่ภาคใต้ นายกรัฐมนตรีได้ห่วงภาวะฝนตกหนักในพื้นที่ภาคใต้ จึงได้กำชับเรื่องนี้ในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี และในการประชุมองค์กรหลักกระทรวงศึกษาธิการวันนี้ (4 มกราคม) ได้รับทราบภาพถ่ายและสถานการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นแล้ว จึงได้สั่งการให้ข้าราชการระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ไปดูแลให้ความช่วยเหลือสถานศึกษาและประชาชนอย่างเร่งด่วน
  • ร่างพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. …. จากข้อมูลพบว่าประเทศไทยนำเข้ายาจากต่างประเทศถึงปีละ 4-5 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้ข้าราชการใช้เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาลมากกว่าประชาชนทั่วไปถึง 10เท่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีจึงได้นำเรื่องนี้มาหารือถึงความต้องการใช้สมุนไพรในประเทศไทยที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยอุตสาหกรรมสมุนไพรได้รับการคาดการณ์ว่าเป็นอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพและกลไกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจเพื่ออนาคต และทุกประเทศต่างตระหนักถึงความสำคัญของสมุนไพรและยาแผนโบราณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในระบบบริการทางการแพทย์และการสาธารณสุข เช่น ฟ้าทะลายโจร ซึ่งได้รับการยอมรับว่ามีสรรพคุณดีเยี่ยมในการป้องกันรักษาไข้หวัดใหญ่ ฯลฯ นายกรัฐมนตรีจึงฝากให้ทุกกระทรวงพิจารณาการนำผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ใช้เพื่อการส่งเสริมสุขภาพ ซึ่งจะมีส่วนต่อการส่งเสริมและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสมุนไพร และเพื่อทดแทนการนำเข้ายาแผนปัจจุบันและอาหารเสริมจากต่างประเทศ โดยหน่วยงานต่าง ๆ อาจจัดให้มีตู้ยาสมุนไพร ซึ่งนอกจากจะเป็นสวัสดิการแก่ข้าราชการแล้ว ยังช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาสมุนไพรไทยด้วย
  • การปลูกจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย ซึ่งปัจจุบันประเทศไทยมีสถิติการเกิดอุบัติเหตุสูงมาก จึงต้องการให้กระทรวงศึกษาธิการจัดกิจกรรมรณรงค์สร้างจิตสำนึกให้เด็กนักเรียน รวมทั้งสามารถไปบอกพ่อแม่ผู้ปกครองให้ปฏิบัติตามกฎจราจรด้วย โดยขอให้สร้างกระแสในเรื่องนี้ให้เกิดขึ้นโดยเร็วและต่อเนื่อง และรัฐบาลจะมีมาตรการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในการป้องกันอุบัติเหตุต่าง ๆ อย่างต่อเนื่องเช่นกันด้วย
  • ขอให้ทุกกระทรวงดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ ระยะ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) ซึ่งในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการได้กำหนดไว้แล้วตามยุทธศาสตร์ด้านการศึกษาที่จะดำเนินการ 6 ด้าน คือ 1) ความมั่นคง 2) การสร้างความสามารถในการแข่งขัน 3) การลงทุนในทรัพยากรมนุษย์ 4) การสร้างโอกาสความเสมอภาคและการลดความเหลื่อมล้ำทางสังคม 5) การสร้างการเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6) การปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการภาครัฐ โดยกระทรวงศึกษาธิการจะมีแผนงาน/โครงการ/กิจกรรมต่าง ๆ ที่เป็นรูปธรรม ในเวลาที่เหลือตาม Roadmap ของรัฐบาลด้วย

 

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2017/jan/002.html

ร่วมแสดงความคิดเห็น